วิ่งแบบลุย ๆ กับ The Columbia Trail Masters 2013 (ครั้งที่ 5)

งานนี้เป็นงานเทรลครั้งแรกที่ลงแข่ง เมื่อซักปลายเดือนพฤษภาได้ไปลองสำรวจเส้นทาง แต่ก็พบว่าไม่น่าจะใช่ทางเดียวกับที่ทาง Columbia จะจัด (อ่านย้อนหลังได้ที่นี่ ประสบการณ์ครั้งแรกกับการวิ่งในป่า)

Expo Day (เสาร์ 15 มิ.ย. 56)

เราขับรถออกจากกรุงเทพไปวันเสาร์เพราะว่าต้องไปรับแพ็คด้วย คราวนี้ขับไปง่ายไม่ต้องเปิดแผนที่ พอไปถึงที่งาน ผู้คนบางตา เพราะไปถึงประมาณเที่ยงงานน่าจะเพิ่งเปิด ฮั้วตรงไปที่บูธรับเบอร์ก่อนเลย คราวนี้มารับของแทนน้องชายที่อาการเจ็บขายังเรื้อรัง เค้าเลยไม่มาแข่ง (สุดท้ายเบอร์วิ่งนั้นก็ตกเป็นของเจ๊สซี่ น้องหมาที่ตั้งใจพามาวิ่งอยู่แล้ว) หลังจากนั้นก็ไปเช็คชิพ (หรือ RFID) ที่อยู่หลังเบอร์ BIB .. ปรากฏว่าของฮั้วมีปัญหาตรงสะกดนามสกุลผิด ก็บอกเค้าว่าสะกดผิด (แต่ในใจก็นึกแล้วว่ายูจะแก้ยังไง ฝรั่งสองคนประจำ station นี้ สะกดภาษาไทยเป็นเหรอ) เลยวุ่นวายหาเจ้าหน้าที่ไทยมาแก้ให้
ป.ล. เจ้าหน้าที่ชาวต่างชาติงาน Columbia ไม่ค่อยเป็นมิตรเลย ไม่ยิ้ม ไม่ทักทาย ออกแนวดุทุกคน ช่างแตกต่างกับงานภูเก็ตราวฟ้ากับดิน


แพ็คของ Columbia มีเสื้อแข่ง, ที่โกนหนวด 2 อัน, ลูกอม, ครีมกันแดด และกาแฟ ตอนเปิดออกมามีอึ้งเล็กน้อย ^_^ แต่ประทับใจเสื้อนะ สวยดี ..ฮั้วแกะออกมาใส่เที่ยวเลย

รับของเสร็จก็เดินเที่ยวในงานซักหน่อย มีบูธของ Columbia บูธขายอุปกรณ์กีฬา บูธสปอนเซอร์ บูธขายแว่นกันแดดของ Adidas .. ฮั้วยังเหลือคูปองลด 30% อีกหนึ่งใบ ไม่ได้ตั้งใจว่าจะใช้ แต่ก็ขอเข้าไปดูของซักหน่อย เผื่อจะมีปลอกแขนขาย เพราะดันลืมเอามาด้วย ..ปรากฏว่าไม่มีขาย แต่ได้รองเท้าติดเท้ามาแทน

การวิ่งครั้งที่แล้วที่มาลองสนาม ฮั้วใช้ตัว Brooks Ghost5 เพราะคู่นี้ไม่ค่อยได้ใช้ รู้สึกไม่เหมาะกับเท้า พื้นหนามาก เลยคิดว่าถ้าวิ่งแล้วสกปรกหรือเจ๊ง ก็ไม่ค่อยเสียดาย แต่จากประสบการณ์คราวที่แล้ว พบว่าวิ่งแล้วปวดข้อเท้ามากๆ เพราะทางเทรลไม่ได้เรียบเหมือนทางถนน พื้นเอียง หินก็เยอะ เป็นหลุมตลอดทาง หาที่เหยียบยากมาก ยิ่งพื้นเป็นเขาทางลาดลงยิ่งกลัวลื่น รองเท้าที่พื้นหนาอย่าง Brooks ยิ่งทรงตัวลำบาก รอบนี้เลยเตรียมรองเท้า SKECHERS ที่พื้นบางกว่ามาวิ่ง

Brooks Ghost 5 พื้นหนามาก

แต่พอแวะบูธของ Columbia ที่เอาเสื้อผ้าและรองเท้ามาขาย หลังจากลองใส่หลาย ๆ คู่และวิ่ง ๆ เอาแถวนั้น เลยตัดสินใจใช้คูปอง 30% กับคู่นี้ เพราะใส่สบาย ดูจากตัวพื้นแล้วไม่น่าจะมีปัญหา และชอบตรงที่ตัวสายเป็นแบบที่รัด ไม่ต้องมาผูกเชือกรองเท้า ลิ้นรองเท้าเป็นแบบฟิกซ์ตายตัวไม่เลื่อน และเป็นระบบแบบ drain น้ำออกจากตัวรองเท้า ..เพราะเคยอ่านหลาย ๆ รีวิวมาพบว่ารองเท้าเทรลบางคู่เป็นระบบกันน้ำเข้า และถ้าเผื่อน้ำเข้ารองเท้า น้ำจะขังไม่ไหลออก พอมาเจอระบบแบบน้ำออกได้เลยยิ่งทำให้น่าสนใจ

รองเท้าเทรลของ Columbia

วันนั้นเลยลองใส่เดินเที่ยวเลย (แบบไม่ใส่ถุงเท้า) เพราะแอบหวั่น ๆ ว่าไม่ควรใส่รองเท้าใหม่วิ่งเลยในวันแข่ง (แต่ก็นึกในใจว่าไม่เป็นไร รอบนี้กะว่ามาเดินเทรลอยู่แล้ว) แต่กลับพบว่าใส่สบาย เหงื่อออกเท้านิดหน่อย แต่พอถอดรองเท้ามาก็แห้งดี ไม่เหนอะ ๆ แอบหยิบมาดม ก็ยังไม่เหม็นเหงื่อ (ดมของตัวเองยังไงก็หอม :P) น่าจะเพราะด้านในเป็นรู ๆ และมีระบบระบายน้ำ ตัวผ้าของรองเท้าเหมือนจะระบายอากาศได้ดี (และเพิ่งเห็นว่าเป็นรุ่น omni-freeze zero) เสื้อไม่เวิร์ก รองเท้าอาจจะเวิร์กก็ได้

รองเท้าเทรลมีระบบระบายน้ำ

ระหว่างทางกลับโรงแรม ก็เลยตามหาร้านขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงซักหน่อย เพราะลืมเตรียมเสื้อของเจ๊สซี่มา แถมได้เบอร์แข่งด้วยแบบนี้ ต้องจัดเต็มซะหน่อย .. บังเอิญจริง ๆ ไปเจอเสื้อแบบเป็นรู ๆ เข้า เหมาะมาก เพราะระบายอากาศดี แถมง่ายต่อการติด BIB อีกด้วย
ป.ล. เจ๊สซี่เป็นหมาพันธุ์ Miniature Schnauzer อายุ 2 ขวบกว่า ๆ เพศหญิง (ทำหมันแล้ว) ..แต่เบอร์เป็นของน้องชายเลยเป็น M ที่ BIB

เจ๊สซี่ Miniature Schnauzer

ก่อนนอนเลยเตรียมตัว จัดชุด และอุปกรณ์ เตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้.. และก็หลับไปตั้งแต่ 3 ทุ่ม ถึงแม้ว่า 10 กิโลจะปล่อยตัวตอน 7 โมง แต่ตั้งใจจะไปส่งตัวหมิงและพี่เจ๋งที่แข่ง 50KM ที่ปล่อยตัวตั้งแต่ 6 โมง ..เลยขอนอนเร็วนิดนึง

  • เสื้อยืด The rainbow run 2013 (โปรโมทงานวิ่งเพื่อการกุศลซะหน่อย)
  • กางเกง CW-X
  • ถุงเท้า toesocks
  • เป้น้ำ + belt น้ำ
  • GU Chomp (เผื่อไว้)
  • หมวก Adidas ใบโปรด
  • นาฬิกา Garmin 910xt + HRM + Footpod (Adidas)
  • รองเท้า Columbia
Race Preparation

Race Day (อาทิตย์ 16 มิ.ย. 56)

ตื่นขึ้นมาตีสี่ เปิดหน้าต่างออกดูปรากฏว่าฝนตกหนักมาก เอาละสิ .. ต้องวิ่งกลางฝนเหรอเนี่ย ตัวคนยังไม่เท่าไหร่ เจ๊สซี่ต้องเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำแน่ ๆ ในใจก็นึกว่าทางผู้จัดจะเลื่อนเวลาหรือเปล่าหนอ แต่ท่าทางจะฝันลม ๆ แล้ง ๆ รีบเตรียมตัวไปที่งานดีกว่า

หลังจากเลี้ยวจากถนนมอเตอร์เวย์ ก็เจอน้ำท่วมเลย ท่วมสูงด้วย ลุ้นขับไปช้า ๆ กลัวเครื่องดับสุด ๆ พอเลี้ยวเข้ามาถนนด้านในก็มืดสนิท ดีที่มีรถกระบะขับช้าอยู่ข้างหน้า เลยอาศัยเป็น navigator ให้ซะหน่อย มาถึงที่งานเกือบตีห้าครึ่ง รถเริ่มหนาแน่น แต่ยังไม่เต็ม และฝนก็ยังไม่หยุดตก สนามที่จอดรถ เละเทะ เป็นโคลน บางจุดน้ำก็ขัง .. สนุกแน่ ๆ วันนี้

พอใกล้จะปล่อยตัวก็ลงจากรถไปเดินหาหมิงกับพี่เจ๋ง ได้ถ่ายรูปกันนิดหน่อย และก็ยืนเชียร์นักวิ่ง 50KM (คนเยอะมาก) ปล่อยตัวออกจากจุดสตาร์ท (เวลาปล่อยตัวช้าไป 15 นาที เพราะผู้จัดประกาศว่ามีต้นไม้ล้มและทางเป็นโคลน .. แอบนึกในใจ “แล้วไงอะ จะเคลียร์ให้เหรอ”) รอบนี้ได้เจอคุณ Running Ronin (เจ้าของ Running Ronin’s Diary) ตัวจริงเสียงจริงอีกด้วย (มาวิ่ง 25 กิโล ฟิตมาก ๆ) หลังจากนั้นก็เป็นนักวิ่งระยะ 25 KM ปล่อยตัวออกไป

มาส่งเพื่อน ๆ รูปจาก Pichai Piboonvorakit

ประมาณ 7 โมง ก็เป็นเวลาของนักวิ่งระยะ 10 KM ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว แต่วันนี้เลอะแน่ ๆ ทั้งคนทั้งหมา ..ใส่รองเท้าใหม่มายังไม่ทันหายใหม่เลย ก็เละซะแล้ว โชคดีที่ไม่ได้เลือกสีสันสดใสตามความชอบส่วนตัว ..ส่วนใหญ่คนในงานจะค่อนข้างเอ็นดูเจ๊สซี่เข้ามาขอถ่ายรูปกันเยอะแยะเลย (ถึงแม้เธอจะเห่าไปหน่อย ..จริง ๆ แล้วเธอไม่ได้ดุนะ แต่เธอกลัวและขี้ตกใจ) แต่ก็พยายามคุมเจ๊สซี่ให้มากที่สุด เพราะก็เข้าใจว่ามีคนชอบก็ต้องมีคนไม่ชอบเป็นของคู่กัน

ฮั้วรอเข้าแถวอยู่หลังสุดเลย ตั้งใจให้ทุกคนวิ่งไปก่อน หนึ่งเพราะกลัวเจ๊สซี่ตกใจที่คนวิ่งข้าง ๆ เยอะแยะ และจะเห่าไม่เลิก อีกอย่างคือเพื่อความปลอดภัยของนักวิ่งคนอื่น ๆ เอง เพราะส่วนมากก็ไม่ค่อยมองต่ำหรอก เดี๋ยวจะตกใจเพราะเจอหมา

เมื่อปล่อยตัว ทุกคนก็วิ่งนำหน้าไป กลุ่มเราจะอยู่หลังสุด จนกระทั่งไปถึงจุดเลี้ยวเริ่มเข้าทางแทร็ค จึงปลดสายจูงออกเพื่อให้เจ๊สซี่วิ่งเป็นอิสระ .. ช่วงนี้ก็เดินตามคนอื่น ๆ ไป ที่เดินเพราะคนเยอะ และทางแทร็คเข้าป่าเป็นทางแคบวิ่งได้คนเดียว ช่วงนี้ก็ต้องระวังเจ๊สซี่ไม่ให้ไปไล่ตามคนอื่น ให้ติดอยู่กับฮั้ว

แรก ๆ เธอจะคึก วิ่งขึ้นไปข้างหน้า วิ่งกลับมาข้างหลัง .. ประมาณวิ่งมาเรียกเราให้ตามขึ้นไปเร็ว ๆ .. ช่วงปิดท้ายหลังจะมีเจ้าหน้าที่วิ่งคุมไปด้วย เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าให้ระวังรากไม้กับหินไว้ เพราะจะลื่นมาก..โอเค จะระวังเป็นพิเศษเลยค่ะ

ช่วง 2 กิโลเมตรแรกเรียกได้ว่า “เดิน” อย่างเดียว เพราะคนเยอะ และยังต้องคุมเจ๊สซี่ไม่ให้ไปเกะกะคนอื่น ๆ แต่คนที่ลง 10 km น่าจะสมัครลงเพราะอยากลองคอร์สแบบนี้และอยากเดินเอามันมากกว่า ช่วงนี้เลยเดินตามคนอื่น ๆ ไปจนเจอ “จุกจัง” แห่งยูนิครันนิ่งที่วิ่งได้อารมณ์สุนทรีย์มาก ๆ .. เธอวิ่งช้า ๆ สปีดคงที่ ดูไม่เหนื่อย มีความสุขดีจัง

ช่วงกิโลเมตรที่ 3 ยิ่งช้ากว่าเดิม เพราะเป็นช่วงปีนเขา (ไม่ถึงกับต้องใช้แขนช่วยปีน) แต่ไปได้ช้ามาก ทางมีหินค่อนข้างเยอะ ต้องค่อย ๆ ไต่ขึ้นไป ช่วงนี้เริ่มคิดว่า รองเท้าเทรลที่ซื้อมาใหม่นี่ดีจริง ๆ รู้สึกเกาะถนน สามารถปีนได้ง่าย .. ไอ้ไต่ขึ้นน่ะถนัดอยู่แล้ว ยิ่งได้รองเท้าที่ถูกงานแบบนี้ ยิ่งเดินก็ยิ่งมั่นใจ ช่วงนี้เลยได้แซงหลาย ๆ คนขึ้นมา พอถึงยอดมีลานพักเหนื่อยเลยหยุดรอแอนดรูที่ยังติดอยู่ข้างหลัง และให้น้ำเจ๊สซี่ไปพลาง ๆ

ทางมีขึ้นก็ต้องมีลง ช่วงนี้แหละที่ไม่ถนัดเลยต้องระวังเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะก้อนหินใหญ่เล็ก รากไม้ หลุม (ยังมีที่คนวิ่งเยอะ เลยไม่ต้องระวังงู) ช่วงไต่ลงรอบแรกนี้ฮั้วค่อย ๆ ลงอย่างมาก เพราะยังไม่แน่ใจว่ารองเท้าจะเกาะหนึบจริงหรือเปล่า แต่พอเริ่มไต่ไปเรื่อย ๆ ความมั่นใจก็มากขึ้น แถมยังได้ทริกการลงเขาเพิ่มด้วย .. จากค่อย ๆ ก้าว ก็เริ่มเร็วขึ้นกลายเป็นวิ่งและกระโดด บางช่วงมีช่องทางแซงได้ก็แซงเลย

ช่วงลงเขาภาพจาก Pichai Piboonvorakit

จนมาถึงจุดให้น้ำที่ครึ่งทาง 5 กิโล (แต่นาฬิกาฮั้วจับได้ว่า 5 กิโลกว่า ๆ) เลยหยุดกินน้ำ แต่จุดกินน้ำเป็นขวดน้ำตั้งเอาไว้ให้ ไม่ได้เป็นแก้วน้ำอย่างตามวิ่งทั่ว ๆ ไป และที่น่าแปลกใจมากขึ้นคือ หลาย ๆ ขวดไม่ได้มีน้ำเต็มขวด แถมฝาถูกเปิดแล้วอีกต่างหาก

เจ้าหน้าที่บอกให้กินจากขวดไหนก็ได้ แต่ฮั้วไม่มั่นใจอะ น้ำขวดเปิดแล้ว น้ำไม่เต็ม ตั้งทิ้งไว้ มันจะดีเหรอคะ .. โชคดีมี belt น้ำติดตัวมา เลยตัดสินใจดื่มน้ำจากขวดแชร์กับเจ๊สซี่ดีกว่า ที่จุดนี้เจ้าหน้าที่ให้บริการใส่เกลือแร่ผงในน้ำขวดด้วย แต่ฮั้วไม่ได้ลอง เพราะยังพอมีแรงอยู่ เจ้าหน้าที่ที่เป็นฝรั่ง ณ จุดนี้ร่าเริงมาก คอยตะโกนเชียร์ให้กำลังใจกับทุก ๆ คนเลย ชื่นชมมาก ๆ 

วิ่งออกมาซักพักก็หลุดกลุ่มกันอีกแล้ว หลุดคราวนี้ไม่มีจังหวะให้หยุดรอแล้ว เพราะทางแทบไม่มีจุดพัก จะติดคน ทั้งวิ่ง ทั้งเดิน ต่อ ๆ กันไป .. เลยตัดสินใจวิ่งยาวแบบไม่รอการวิ่งเทรลไม่สามารถทำเวลาได้เลย เพราะคนยิ่งเยอะ ยิ่งติด ยิ่งช้า แต่ก็มีนักวิ่งจากระยะ 25 กิโลที่กำลังบี้เวลาเพื่อเอาชัยชนะ วิ่งแทรกขึ้นมาแต่ก็ต้องวิ่งแทรกไปตามพงหญ้าข้างทาง เพราะทางหลักถูกจับจองด้วยนักวิ่งระยะ 10 กิโลเป็นขบวนยาว

ตอนจังหวะที่แซงได้ เมื่อฮั้ววิ่งผ่าน คาดว่านักวิ่งที่โดนแซงอาจจะหงุดหงิดนิดหน่อย แต่พอเจ๊สซี่วิ่งตามหลังมา นักวิ่งเหล่านั้นก็จะอารมณ์ดีขึ้นทันที ส่วนมาก (ที่ได้ยินหลังจากแซงผ่านมา) ก็จะประมาณหัวเราะกัน ขำที่โดนหมาแซง .. หรือไม่ก็ชวนกันดูเจ๊สซี่ที่วิ่งตามหลังฮั้วอย่างเร็ว เธอตั้งใจมาก ๆ

ช่วงที่วิ่ง 4 กิโลหลัง เจ๊สซี่เป็นเด็กดีมาก วิ่งตามข้างหลัง หรืออยู่ข้าง ๆ ตลอด ไม่ได้ไปเกะกะนักวิ่งคนอื่น ๆ .. และฮั้วติดกระดิ่งเล็ก ๆ ไว้ที่ปลอกคอ เพื่อที่จะคอยเช็คเสียงกระดิ่งว่าเธอตามอยู่ข้างหลังจริง ๆ .. มีอยู่ครั้งนึงได้จังหวะแซงคนขึ้นมา แต่เอ๊ะไม่ได้ยินเสียงกระดิ่ง ปรากฏว่าเธอยังติดอยู่ที่นักวิ่งคนนั้น เพราะเค้าไม่รู้ว่ามีหมาตามมาด้วย .. พอหันกลับไปเรียกชื่อ นักวิ่งคนนั้นเลยแซวมาว่ากำลังกันนักวิ่งอยู่ และก็เปิดทางให้เจ๊สซี่

พอวิ่งผ่านช่วงลานที่มีวัวอยู่ ซึ่งเป็นจุดเดียวกันกับที่หลงคราวที่แล้ว ..เลยถึงบางอ้อ เพราะคราวที่แล้วมา หญ้าขึ้นรก ปิดทางหมด ทำให้ฮั้วไม่เห็นทางไปต่อ แต่คราวนี้โดนนักวิ่งกรุยพงหญ้าเป็นทางให้เดินผ่านเข้าไปได้

การวิ่งรอบนี้ฮั้วหายใจแรงพอดู เหนื่อยนิดหน่อย อาจจะเพราะสปีดไม่คงที่ เดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้า เดี๋ยวเดินเดี๋ยววิ่ง .. แต่เป็นการวิ่งที่สนุกมากกกก เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง และเท่าที่สังเกตุคือ หลัง ๆ จะวิ่งดีขึ้น เทคนิคการวิ่งดีขึ้น แต่อาจจะไม่ใช่เทคนิคที่ถูกต้อง เพราะนี่คือเทรลแรก

ถ้าเป็นการวิ่งถนน จะเน้นวิ่งคงที่ ยกขาไม่ค่อยสูง สับขาให้เร็วขึ้นเวลาอยากทำความเร็ว แต่วิ่งแบบเทรลที่ทางไม่เสมอกัน .. เทคนิคที่เรียนรู้ (จากหน้างาน) คือ ยกขาสูงกว่าปกตินิดหน่อย แตะพื้นที่ให้น้อยที่สุด จนเรียกว่าเหมือนกับการกระโดด (hop ไม่ใช่ jump) ดูพื้นที่ข้างหน้า กะจังหวะการสปริงเท้า วางแผนว่าจะลงเท้าที่ตรงไหน และสปริงเท้าออกอย่างเร็ว .. ดูเหมือนเป็นการก้าวกระโดดแบบ hop ไปเรื่อย ๆ และไม่ใช่การวิ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว ไปด้านข้างด้วย

ตอนนี้นึกถึงการฝึกกล้ามเนื้อในฟิตเนสที่เล่นเวทเทรนนิ่งมาตลอด คิดว่าการเทรนแบบนั้นนำมาใช้กับการวิ่งแบบนี้ได้ดีจริง ๆ เพราะรู้สึกล้ามเนื้อที่ใช้ในการวิ่งแบบเทรลมันแตกต่างกับการวิ่งถนนทางเรียบ และต้องใช้การทรงตัวอย่างมาก

พอซักกิโลท้าย ๆ เริ่มไม่ค่อยติดคน ก็เริ่มวิ่งได้เร็วขึ้น และความมั่นใจกับรองเท้าคู่ใหม่ก็มากขึ้น ช่วงลาดลงครั้งสอง (ระหว่างกิโล 9 – 10) จึงทำความเร็วได้เรียกว่าดีทีเดียว (และสนุกมากด้วย)

จุดที่ต้นไม้ล้มภาพจากโปรรุจน์

ช่วงสุดท้ายก่อนจะออกจากป่า เจอต้นไม้ล้มจริง ๆ ต้นใหญ่ซะด้วย ต้องปีนข้าม และหันไปอุ้มเจ๊สซี่ข้ามมา .. และเริ่มเลี้ยวซ้ายออกมาเหลือ 500 เมตรสุดท้ายที่เป็นทางตรง ทางเรียบ ก่อนถึงเส้นชัย ช่วงนี้เริ่มเหนื่อย แต่หันไปมองเจ๊สซี่เห็นว่าเธอยังวิ่งตามมาทีแรกคิดว่าจะหยุดรอแอนดรูเพื่อเข้าเส้นชัยด้วยกัน แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่คนยืนรอกันเยอะ ทุกคนปรบมือให้ “เจ๊สซี่” และตะโกนเชียร์เจ๊สซี่ว่าอีกนิดเดียว ๆ หันไปมองเจ๊สซี่เธอก็วิ่งหน้าตั้งเลย

เอาวะ เข้าเส้นชัยเลยละกัน แต่หลังจากผ่านซุ้มประตู ฮั้วดันลืมว่ามีตัวเครื่องแสกน RFID อยู่ข้างหน้า เลยหักเลี้ยวออกข้างทางด้านซ้าย (ซึ่งเป็นสนามหญ้า) นึกว่าจบแล้ว ..พอวิ่งออกมาก็ไม่เห็นซุ้มน้ำ (ไม่ได้คิดถึงเหรียญเลย หาน้ำก่อน) เลยเห็นว่าตัวเองเลี้ยวผิด เลยวกกลับไปทางเดิม เจอเจ้าหน้าที่ฝรั่งมาตะโกนใส่บอกว่าไม่ให้เข้า และเอาที่กั้นมากั้นไม่ให้เข้า แล้วก็มาชี้เจ๊สซี่ว่าเข้าไปสแกนผิดฝั่ง (มีแยกกันระหว่าง 25 กับ 10 กิโล) เครื่องมันเลยส่งเสียง “ปี๊ด ปี๊ด ปี๊ด” ฮั้วก็บอกว่าเพิ่งวิ่งออกมาเมื่อตะกี้ แล้วยูจะบังคับหมายังไงให้เข้าถูกด้าน แถมที่กั้นทำไมไม่กั้นแต่แรกล่ะ ชั้นก็เลี้ยวผิดจะเข้ามาให้ถูกเนี่ย!!!

ขอปรี๊ดนิดนึง วิ่งมาก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว มาเจอคนตะโกนใส่ ต้องมาเสียพลังในการเถียงกันอีก .. ยังไงก็ไม่โกงเหรียญหรอกน่า คนใส่ชุดวิ่ง เบอร์ก็มี จะกลัวอะไรนักหนา และถึงแม้ว่าเจ๊สซี่จะเข้าผิดฝั่ง ตัวระบบคุณมันไม่ recognize เหรอว่าชื่อนี้ ID นี้ลงทะเบียนไว้ระยะไหน 


พอวิ่งถูกทาง เข้าเส้นชัย ก็เจอซุ้มน้ำหลังเต๊นท์รับเหรียญนั่นแหละ น้ำมีให้เป็นแบบขวด มีน้ำเกลือแร่ด้วย (จำไม่ได้ว่ายี่ห้ออะไร) ฮั้วก็รีบเทน้ำให้เจ๊สซี่กินก่อน แล้วก็นั่งรอแอนดรูเข้าเส้นชัยตามมาตอนฮั้วเข้าเส้นชัยเป็นช่วงอาหารหมดพอดี พิธีกรก็ประกาศว่าต้องรออีก 20 นาที ถึงจะมีอาหารมาเติม เพราะเราทำสดใหม่ โต๊ะข้าง ๆ ส่วนอาหารแจกน้ำอัดลม เห็นแมลงวันตอมเต็มเลย เลยต้องหยิบมาเช็ด ๆ ปากแก้วนิดนึงแล้วค่อยดื่ม .. แต่ท้ายสุดก็ไม่ได้รอให้อาหารเสร็จนะ คราวนี้รอบคอบจัด เตรียมนมกับขนมปังมาเอง เลยกินบนรถแล้วกลับโรงแรม เลยไม่รู้ว่าอาหารมีอะไรบ้าง อร่อยหรือเปล่า

สถิติการวิ่ง

สรุปตัวงานครั้งนี้

  • ตัวงาน Expo จัดได้ค่อนข้างดี ระบบการรับเบอร์ดู manual ไปหน่อย ไม่แน่ใจว่าตอนคนเยอะ ๆ จะมีปัญหาไหม
  • ของที่นำมาขายมีลดราคา น่าดึงดูดในให้เสียเงิน
  • ป้ายหลักกิโลไม่ได้มีทุกหนึ่งกิโล แต่เข้าใจว่าน่าจะยากที่จะปักหลักกิโลให้แม่นยำ .. แต่ navigator ตามทาง ทั้งในส่วนริบบิ้น ป้ายบอกทางให้เลี้ยวดูชัดเจนดี .. มีเจ้าหน้าที่ยืนประจำการคอยบอกทางในจุดเลี้ยวแทบทุกจุด
  • Station น้ำ น้อยไปหน่อย มีทุกระยะ 5 กิโล รู้สึกว่าห่างไปนิด (แต่ทางผู้จัดก็บอกไว้แล้วล่วงหน้าเรื่องการพกน้ำมาเอง) แถมเป็นแบบขวดเปิดฝาแล้ว ทำให้ไม่มั่นใจในความสะอาด .. ตัวฮั้วไม่ค่อยเท่าไหร่ เพราะปกติเวลาวิ่งก็จะทนได้ประมาณ 5 – 6 กิโล แต่แอนดรูนี่ (ขนาดมีเป้น้ำ) แต่ดันดื่มไม่พอมั๊ง เกิด dehydration หลังจบงานเลยทีเดียว
  • ข้อมูลการจัดงานค่อนข้างน้อย ไม่ค่อยประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นหน้าเว็บไซท์ผู้จัด เพจของผู้จัดหรือตัว Columbia Thailand เอง ไม่ค่อยมีอัพเดตข่าวคราว หรือให้ข้อมูลเพื่อการเตรียมตัววิ่ง .. อาจจะเพราะเค้าคาดหวังว่าทุกคนน่าจะวิ่งกันได้อยู่แล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้
  • ป้ายบอกทางไปที่เขาไม่แก้วค่อนข้างน้อย มีป้ายหลักตรงช่วงมอเตอร์เวย์ กับเส้นถนนที่เลี้ยวเข้ามาแค่สองสามป้าย และปากทางเข้าที่เป็นป้ายใหญ่ แต่ช่วงนั้นเป็นทางโค้ง ..คนไม่เคยมาพลาดง่ายมาก น่าจะมีป้ายบอกว่าอีก 500 เมตรจะถึงทางเข้า (จะได้ชะลอรถทัน)
  • ห้องน้ำมีเป็นรถห้องน้ำจัดไว้ให้ คนไม่ค่อยเยอะ ก็ถือว่าเพียงพอ
  • อาหารไม่แน่ใจว่าอร่อยไหม หรือมีอะไรจัดไว้ให้ เพราะไม่ได้กิน แต่ที่ติดใจคือ แมลงวันเยอะมาก .. เข้าใจว่าบ้านเราร้อนชื้นและอยู่ในป่า .. แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าควรจะเพิกเฉยเรื่องความสะอาดนะ
  • เสื้อสวย เนื้อผ้าดี แต่ตัวเหรียญดีไซน์ธรรมดาไปนิด
  • เจ้าหน้าที่คนไทยยิ้มแย้ม ร่าเริง ให้กำลังใจนักวิ่งดีมาก (อันนี้พูดรวม ๆ ในทุกส่วน ไม่ว่าตั้งแต่ขั้นตอนการรับเบอร์ เจ้าหน้าที่คุมการวิ่ง เจ้าหน้าที่คุมเส้นทางตามจุดเลี้ยว เจ้าหน้าที่ในส่วนการให้น้ำและรับเหรียญ)
  • ประกาศผลสถิติการวิ่งออกมา ข้อมูลดูยากมาก ไม่มีการใช้ filter หรือ search ช่วย เป็นไฟล์แบบ pdf ต้องไล่หาชื่อและเบอร์เอง .. ไม่มีการบอกสถิติว่าจำนวนคนวิ่งแบ่งชายหญิงอายุเท่าไหร่กี่คน ไม่มีเวลา gun time หรือ net time .. บอกแค่ finished time จริง ๆ เก็บข้อมูลเป็น RFID น่าจะให้ข้อมูลได้มากกว่านี้

การวิ่งเทรลเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับฮั้วมาก โดยส่วนตัวเป็นคนเจ้าระเบียบ รักความสะอาด .. วิ่งแรก ๆ ยังระวังเลอะ กลัวโคลนกระเด็น กลัวเสื้อผ้าสกปรก รองเท้าก็ยังใหม่.. แต่พอวิ่งไปเรื่อย ๆ เปลือกเหล่านั้นค่อย ๆ หลุดออก เริ่มปล่อยวาง เข้าสู่ธรรมชาติ เหมือนได้กลับเป็นเด็กอีกครั้ง (ตอนเป็นเด็กก็ไม่ได้เล่นอะไรเลอะ ๆ หรอก)

วิ่งโดยไม่ต้องห่วงว่าท่าจะถูกต้องหรือเปล่า วิ่งโดยไม่ได้ใส่ใจว่าตอนนี้ชั้น heel strike ไหม เพราะต้องวิ่งโดยไม่รู้ว่าข้างหน้าจะมีอะไร สภาพทางจะสูงหรือต่ำ ทางจะง่ายหรือจะยาก แต่เราก็วิ่ง แถมทางวิ่งยังสดชื่น สูดบรรยากาศแบบธรรมชาติ ได้ยินเสียงนกร้อง เห็นต้นไม้เขียว ๆ ทางที่คาดเดาสภาพไม่ได้ ต้องใช้สติอยู่กับปัจจุบัน (เพราะเผลออาจมีล้ม) ได้เห็นเจ๊สซี่วิ่งไปยิ้มไป ได้วิ่งอย่างมีอิสระ มันช่างมีความสุขจริง ๆ

แถมการวิ่งครั้งนี้ได้เห็นคนแกร่งหลาย ๆ คนมาวิ่งระยะ 50 หรือ 25 กิโล สุดยอดมาก ๆ .. คนวิ่ง 10 กิโลก็มากันเป็นคู่ ๆ มีแบบมาเป็นครอบครัวด้วย (เด็กก็มี) หลาย ๆ คนก็หยุดช่วยกันดึง ไต่ขึ้นทางสูง หลาย ๆ คนก็ดูมีความสุขกับการวิ่งท่ามกลางธรรมชาติ

ถ้าครั้งนี้ไม่ได้มาวิ่งคงเสียดาย หรือว่าฮั้วจะค้นพบแล้วว่าทางเทรลเป็นทางของฮั้วกันแน่ .. ต้องพิสูจน์กันต่อไป .. แต่ถ้าใครยังไม่ได้ลอง ครั้งหน้าห้ามพลาดเด็ดขาด

ถ้าเจ๊สซี่ไปทำให้นักวิ่งคนไหนไม่พอใจทั้งก่อน ระหว่าง และหลังวิ่ง ก็ขออภัยด้วยนะคะ

ขอบคุณภาพงาม ๆ จาก โปรรุจน์ Shutter Running และ คุณ Pichai Piboonvorakit

 

About Hua Runner-Blogger (107 Articles)
นักวิ่ง นักไตร .. รักการเดินทางสายสุขภาพ เริ่มจากการวิ่ง พัฒนาไปไตรกีฬา ต่อไป ใครจะรู้

11 Comments on วิ่งแบบลุย ๆ กับ The Columbia Trail Masters 2013 (ครั้งที่ 5)

  1. เจสซี่เก่งมาก น่ารักมากค่ะ

  2. เขียนสนุก ชอบมาก ติดตาม ข้อมูลดีๆ ขอบคุณ คะ

  3. ขอบคุณค่ะ 🙂

  4. เล่าสนุกมากคะ ^__^

  5. เขียนได้ละเอียดจังครับ พร้อมเมื่อไหร่คงไปลองดูบ้าง

  6. เป็นข้อมูลอย่างดี สำหรับลงวิ่งเทรลครั้งแรก งานนี้วันที่ 12 มค. 56 เลยครับ

  7. เคยไปวิ่งเทรลมาแล้ว 2 งาน ทั้ง Columbia (10K) และ TNF (25K) ค่ะ ก็ยังตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าใช่ทางของตัวเองหรือเปล่า..แต่ก็เลือกจะไม่ลงงานนี้ 555

    อ่านตามที่พี่เขียนแล้วรู้สึกสนุกไปด้วยเลย น่ารักจังค่ะ มีเจสซี่วิ่งด้วย :))

  8. มาบอกว่าคืนก่อนแข่งฮาล์ฟเราฝันถึงเจ้าตัวเล็กอ่ะ ฝันว่าได้ขโมยเอาไปวิ่งด้วย

2 Trackbacks & Pingbacks

  1. (Thai) ประสบการณ์วิ่งเทรลเขาไม้แก้ว เดอะ โคลัมเบีย เทรล มาสเตอร์ - AMA Events
  2. วิ่งเทรลเขาไม้แก้ว โคลัมเบีย เทรล มาสเตอร์

Leave a comment

Your email address will not be published.


*