รีวิวงาน Adidas King Of The Road Thailand 2013

งาน Adidas King Of The Road เป็นงานใหญ่ที่ใคร ๆ หลายคนอยากวิ่ง คิดว่าน่าจะเป็นเพราะเสื้อและเหรียญที่สวยงาม งานนี้เมื่อปีที่แล้วฮั้วไม่ได้ลงวิ่งด้วย (ตอนนั้นยังไม่ได้เริ่มวิ่งเลยค่า ยังเป็นวุ้นอยู่) แต่ไปวิ่งทัน leg สุดท้ายที่สิงคโปร์ซึ่งจัดในเดือนต.ค. อ่านรีวิวเก่าได้ที่นี่ รีวิว Adidas King Of The Road Singapore 2012

ปีที่แล้วถึงแม้ว่าจะทำผลงานไม่ดี เพราะดันเจ็บก่อนวิ่ง ปีนี้เลยตั้งใจว่าจะไปล้างแค้นที่สิงคโปร์เหมือนเดิม เลยเฝ้ารอวันเปิดรับสมัครที่หน้าเว็บไซท์ พอวันประกาศออกมาก็ตัดสินใจอยู่นานว่าจะไปไม่ไปดี (ของประเทศสิงคโปร์เปิดรับสมัครก่อน เพราะเค้าวิ่งก่อนเรา ปีนี้จะไปปิด leg ที่ประเทศมาเลเซีย) เพราะต้องดูวันว่าตรงกับทำงานหรือเปล่า สุดท้ายก็ไม่ได้สมัคร .. เลยต้องมาเฝ้ารอวันเปิดรับสมัครของเมืองไทยแทน ซึ่งได้ยินข่าวมาว่าปีนี้จะมาวิ่งเส้นสุวรรณภูมิ แหม ใกล้บ้านขนาดนี้ไม่พลาดอยู่แล้ว

ป.ล. น้องชายของฮั้วเองสมัครไปวิ่งของสิงคโปร์ แต่ดันโชคร้าย ฝนตกหนักวันแข่ง ผู้จัดเลยต้องประกาศยกเลิกการแข่งขัน ทำเอาชาวสิงคโปร์และน้องชายเซ็งจัดเลยทีเดียว แต่ทำยังไงได้ ความปลอดภัยต้องมาก่อน .. 

ฮั้วไปสมัครตั้งแต่วันแรกที่เปิดที่ช็อปใกล้บ้านและก็รีบกลับมาบอกแฟนเพจและเพื่อน ๆ ว่าให้ไปสมัคร เพราะปีนี้จำกัดคนแค่ 2,500 คน (คาดว่าทางผู้จัดคงต้องการป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดแบบปีที่แล้ว) และก็เป็นดังคาด คนสมัครเต็มพิกัดในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ได้ยินข่าวว่าแนวหน้าบางคนสมัครไม่ทัน พลาดโอกาสล่ารางวัลเลยเชียว .. อยากให้งานเมืองไทยเป็นแบบนี้ตั้งนานแล้ว เต็มคือเต็ม ไม่รับเพิ่ม จำกัดคนไปเลย ไม่งั้นระบบก็มั่วหน้างานตลอด ไม่ว่าจะเหรียญหมด น้ำหมด เสื้อหมด

เนื่องจากปีที่แล้วเลือกไซส์ M ไปแล้วตัวเสื้อใหญ่มาก ใส่ไม่ได้เลย .. ปีนี้เลยต้องเช็คไซส์ผ่านหน้าเว็บไซท์ให้เรียบร้อยก่อนสมัคร ก็เลยเลือก S (ซึ่งจริง ๆ ก็คิดว่ายังไซส์ใหญ่อยู่ แต่นี่คือเล็กที่สุดที่มีให้แล้ว) .. แอบสงสัยอยู่อย่างนึง งาน KOTR มีจัดการแข่งขันแค่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ทำไม๊ ทำไม ไซส์เสื้อถึงเป็นไซส์ยุโรป เฮอะ?!?

Race Pack Collection

สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันไปรับ pack ทางอดิดาสซึ่งเงียบมาตลอดก็มาประกาศเรื่องขั้นตอนการไปรับของ รวมถึงขั้นตอนของผู้รับแทน ทำเอานักวิ่งงงงวย เพราะทางเพจบอกอย่าง ทางผู้ประสานงานบอกอีกอย่าง พอไปรับเป็นอีกอย่าง .. อืม อยากให้ทางผู้จัดบอกขั้นตอนล่วงหน้าหลาย ๆ สัปดาห์ซักนิด มีทั้ง FB มีทั้งเว็บไซท์ มีทั้ง Instagram ..ทำไมไม่อัพเดตข้อมูลเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ปิดรับสมัครไปแล้วกว่า 2 เดือน .. หน้าเว็บไซท์นี่ร้างเป็นเว็บไซท์มือสมัครเล่น ไม่บอกข่าวคราว โปรโมชั่น ขั้นตอนการเตรียมตัวอะไรเลย มาป่าวประกาศซะ (จำได้ว่า) ประมาณวันพุธก่อนต้องไปรับของวันเสาร์ มันก็ต้องโดนโวยเป็นธรรมดา

ป.ล. ตอนแรกว่าจะฝากน้องชายไปรับเช่นกัน เลยเปลี่ยนใจไปรับเองดีกว่า

ภายในงาน

สถานที่รับ pack นั้นจัดที่สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์มักกะสันเป็นสถานที่กว้างขวางใช้ได้เลย ฮั้วไปตั้งแต่เช้าวันเสาร์ตั้งแต่เปิดเลย กลัวคนเยอะ ขั้นตอนการรับก็ศึกษาไปก่อนอยู่แล้วเลยไม่ต้องใช้เวลานานในการหาชื่อของตัวเอง และตรงไปรับเบอร์ที่เจ้าหน้าที่ ซึ่งก็แบ่งช่องเรียงตามเลข BIB ..

ของถูกห่อไว้เรียบร้อย

ตอนนี้ก็ต้องมาลุ้นกันว่าได้ไซส์เสื้อตรงที่ระบุ และจะได้สีอะไร ในใจอยากได้สีชมพูหรือเขียว แต่พอเปิดออกมากลายเป็นสีฟ้า .. เอาวะ อย่างน้อยก็ได้ไซส์ S ก็ถือว่ายังดี เพราะได้ยินนักวิ่งหลายคนได้ไซส์เสื้อไม่ตรงกับที่ระบุไปในใบสมัครซะด้วยซ้ำ

ไปรับ BIB

ในวันรับ pack ก็เรียกว่าทางผู้จัดเตรียมการมาดี ขั้นตอนทุกอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างแพ็คเป็นถุงไว้แล้วเรียบร้อย ถ้าคนเยอะ ๆ ก็ไม่น่าจะเสียเวลาเท่าไหร่

สมาชิกของ Crazy Running Club สมัครงานนี้เยอะมากมายเป็นประวัติการณ์ บางคนไม่เคยมาวิ่งซ้อมด้วยกันเลย ฮั้วเลยเสนอว่าจัด pacer ที่งานนี้กันดีกว่า จะได้รวบรวมคนในกลุ่มมาวิ่งด้วยกัน เพราะระยะ 16.8 กิโลเมตร หาวิ่งไม่ได้ง่าย ๆ สมาชิกส่วนใหญ่ก็ลงกันแค่ระยะมินิ การมี pacer จะได้ช่วยให้คนที่ยังวิ่งไม่ถึงระยะนี้มีกำลังใจและมั่นใจว่าถ้าตามคนนำ คุณจะวิ่งถึงเส้นชัยแน่ ๆ

หลังจากคุยและตกลงกันก็เปิดรับสมัคร pacer กันใน club โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง เฉพาะระยะทาง 16.8 กิโลเมตร คือ

  • Pacer 6 จะวิ่งที่ความเร็ว 6 นาทีต่อกิโลเมตร ดังนั้นจะถึงเส้นชัยที่เวลา 1 ชั่วโมง 40 นาที
  • Pacer 7 จะวิ่งที่ความเร็ว 7 นาทีต่อกิโลเมตร ดังนั้นจะถึงเส้นชัยที่เวลา 1 ชั่วโมง 57 นาที
  • Pacer 8 จะวิ่งที่ความเร็ว 8 นาทีต่อกิโลเมตร ดังนั้นจะถึงเส้นชัยที่เวลา 2 ชั่วโมง 14 นาที

พอได้ข้อสรุปว่าใครจะเป็น pacer ระยะไหน ซึ่งฮั้วรับหน้าที่ของ pacer 7 ก็เริ่มทำการซ้อมเพื่องานนี้โดยเฉพาะ การซ้อมครั้งแรกฮั้วไปลองที่สวนหลวงร.9 เอาน้ำไปเอง วิ่งแบบไม่หยุดก็ได้ระยะทางและเวลาตามที่ตั้งไว้ แต่ครั้งที่สองไปลองที่สนามจริง (เส้นสุวรรณภูมิ) เพราะปกติจะไปปั่นจักรยานที่นี่อยู่แล้วแต่ไม่เคยวิ่ง ดั๊นเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด (ไว้ค่อยมาเล่าใหม่วันหลัง) .. แต่เอาเป็นว่าคิดว่าน่าจะพร้อมละ สำหรับการวิ่งที่ระยะนี้ด้วยความเร็วเท่านี้

วันแข่ง

เนื่องจากเคยมาปั่นจักรยานที่นี่เป็นประจำอยู่แล้ว ก็จะรู้ทิศทางลมและสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดีว่าถนนเส้นนี้ไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ลมแรง ถนนตรงซึ่งจะน่าเบื่อมากสำหรับการวิ่ง จริงอยู่ได้มีโอกาสวิ่งเลียบรันเวย์ไปกับเครื่องบิน ได้เห็นบรรยากาศงามไปอีกแบบ แต่พระอาทิตย์ขึ้นเมื่อไหร่ ความชิลที่มีก็จะหายไปหมดสิ้น

ชุดที่เตรียมไว้สำหรับการวิ่งวันนั้นจึงเตรียมพร้อมรับแสงแดดเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่ป้องกันแสงยูวี อุปกรณ์กันแดด หรือครีมกันแดดแบบแรงสุด

  • เสื้อกล้ามและหมวกจากกลุ่ม Crazy Running
  • เสื้อแขนสั้น Nike ผ้าเบา ๆ ระบายเหงื่อดี
  • ปลอกแขนกันแดด ของ Columbia
  • กางเกง compression ของ SKINS
  • ถุงเท้า toesocks จาก Injinji ใส่แล้วนิวเท้าไม่เสียดสี
  • รองเท้า SKETCHERS Go Run Ride
  • แว่นตากันแดด Oakley
  • Garmin 910x + HRM + Footpod
  • กระเป๋าคาดเอวแบบมีขวดน้ำของ Nathan
  • GU Gel 1 ซอง

เหล่าพลพรรค Crazy Running เตรียมป้ายทั้งแบบติดเสื้อและแบบถือไว้เรียบร้อย และมีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักวิ่งที่ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในคลับ ก็มาวิ่งตามเพซเซอร์ได้เหมือน motto ประจำคลับว่า “วิ่งด้วยใจ ไปด้วยกัน

เหตุผลที่ไม่ใช้ลูกโป่งเหมือนงานวิ่งอื่น ๆ คือ ที่นี่ลมแรง ใช้ลูกโป่งอาจปลิวและทำให้ไม่เห็น อีกอย่างคือ เป็นเขตเส้นทางการบิน เลยไม่แน่ใจว่าทางการท่าฯ จะอนุญาติให้ใช้ลูกโป่งหรือเปล่า .. งานนี้เลยต้องแบกป้ายที่ก็หนักนิดนึงไปตลอดทาง 16.8 กิโลเมตร (นักวิ่งเพซ 7 ก็สลับ ๆ กันถือนะ แต่ฮั้วถือน้อยสุดเลย :P)

เช้าวันนั้นเหล่า pacer นัดกันว่าจะมาเตรียมตัวกันตั้งแต่ 4.45 น. ฮั้วมาถึงก็ขอเข้าห้องน้ำก่อนเลย เป็นเรื่องที่กังวลใจมาก เพราะรู้ว่าตลอดระยะทางที่วิ่งจะมีห้องน้ำเพียงจุดเดียว (คือช่วงครึ่งทาง) และถนนเส้นนี้ไม่มีดงหญ้าให้ผู้หญิงอย่างเราเข้าไปหลบเลย

ขอซักแชะก่อนวิ่ง

การวิ่งวันนี้เตรียมกระเป๋าน้ำมาเอง เพราะตั้งใจว่าจะไม่หยุดรับน้ำตาม station ต่าง ๆ เพราะกลัวพลาดเรื่องเวลา .. จริง ๆ ก็คงรับน้ำได้แล้วเร่งสปีดขึ้นมา แต่คิดว่าวิ่งไปเรื่อย ๆ ด้วยสปีดคงเดิมน่าจะง่ายต่อการรักษาเวลามากกว่า และเตรียมเจลมาหนึ่งซอง เพราะไม่แน่ใจพลังตัวเองเท่าไหร่ เพราะหลังจากวิ่งมาราธอนก็แทบจะไม่ได้วิ่ง และไม่ได้ซ้อมวิ่งยาวเลย (นอกจากมาซ้อม pacer สองครั้งก่อนหน้านี้)

งานปล่อยตัวตรงเวลามาก ณ เวลา 5.30 น. ฮั้วตั้ง virtual partner ไว้ที่ 7:00 ก็วิ่งตามนาฬิกาบอก และคอยกะ ๆ ไม่ให้ช้าเกินหรือเร็วเกินไป แต่ช่วงแรก ๆ จะช้ากว่านิดนึงเพราะติดคนเยอะ แต่ก็เร่งขึ้นมาไม่ให้ทิ้งห่างจาก pace ที่ตั้งไว้มาก ไม่งั้นจะเหนื่อยเกิน .. แถมวันนี้โชคดีมาก ๆ ที่มีเมฆตลอดช่วงเช้า เรียกว่าไม่โดนแดดเท่าไหร่ (แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีรังสียูวีนะ)

การวิ่งแบบ pacer นี่ก็ดีนะ มีเพื่อน ๆ วิ่งด้วยกันเยอะแยะ วิ่งไป คุยไป แซวกันไป เจอใครที่รู้จักก็เฮฮาทักทายตลอดเส้นทาง เพื่อน ๆ ที่วิ่งในกลุ่มก็จะช่วยสลับกันถือป้าย (ที่เรียกว่าหนักพอดู) ฮั้วมีถือบ้างเล็กน้อย เพราะเพื่อน ๆ น่ารักบอกว่าให้ฮั้วโฟกัสที่เรื่องเวลาอย่างเดียว

pacer 7 – ภาพจากโปรตุ้ม shutterrunning

เนื่องจากไม่ได้หยุดรับน้ำตาม station (แต่ก็เห็นว่าทางผู้จัดเตรียมการณ์เรื่องน้ำอย่างดี ปีนี้ไม่มีน้ำหมด และมีจัดสถานีเพียงพอแทบจะทุก 2 กิโลเมตร) แต่บอกไม่ได้ว่ามีเกลือแร่หรือผลไม้หรือเปล่า เพราะไม่ได้โฉบเข้าไปสถานีไหนเลย (แต่ก็เห็นป้ายบอกว่ามีเตรียมไว้นะ)

พวกเพื่อน ๆ ที่วิ่งมาด้วยกัน ภายหลังรับน้ำแล้วก็วิ่งตามหลังมา ก็มักจะบ่นว่าวิ่งเร็ว เหนื่อยมากกว่าจะวิ่งตามทัน ทั้ง ๆ ที่ฮั้วไม่ได้เร่งสปีดแต่อย่างใด ความเร็วคงที่มาตลอด .. เลยนึกถึงคำอาจารย์สถาวรที่ฮั้วเคยถามเรื่องกลยุทธ์ “วิ่ง-เดิน-วิ่ง” ในระยะมาราธอน และอาจารย์ให้คำแนะนำว่าโดยส่วนตัวแล้วอาจารย์ไม่อยากให้หยุดเดิน เพราะอัตราการเต้นของหัวใจตก ขาหยุด แล้วพอมาเริ่มใหม่มันใช้พลังมากกว่าเดิม

ถ้าวิ่งแบบไม่หยุด ถึงแม้จะมีบางช่วงที่วิ่งช้าลงแต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องมา restart เครื่องใหม่ทุก 2 กิโล .. คิดไปคิดมา ก็เปรียบเสมือนการขับรถที่เวลาเราขับนิ่ง ๆ ไปเรื่อย ๆ เราใช้น้ำมันประหยัดกว่าการที่ต้องมาหยุดติดไฟแดงและเร่งเครื่องใหม่ จริงไหม

ครั้งนี้ฮั้วเริ่มปวดฉี่นิด ๆ ที่กิโลเมตรที่ 5 และยังพอทนได้ แต่ก็ยังจิบน้ำเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ผ่าน station น้ำ คิดไว้ในใจว่าผ่านครึ่งทางค่อยประเมินตัวเองอีกทีว่าต้องเข้าห้องน้ำไหม พอผ่านครึ่งทางก็คิดว่ายังทนได้ ไม่ปวดมากเท่าไหร่ ก็เลยไม่ได้แวะเข้าห้องน้ำ

การวิ่งครั้งนี้ง่ายกว่าการมาวิ่งด้วยตัวเองเมื่อคราวที่แล้วมาก อาจจะเพราะตอนที่วิ่งเอง ฮั้วต้องวิ่งข้างถนน และระยะทางดูไกลมองไปสุดตาก็ยังไม่สุดปลายทางซักที ยิ่งวิ่งก็เหนื่อย ยิ่งท้อ .. แต่คราวนี้มีเพื่อน ๆ เต็มไปหมด มองไม่ได้ไกล ๆ เท่าไหร่ มองไปไหนก็เจอแต่คนรู้จักวิ่งสวนกัน วิ่งผ่านไป แถมมีเสียงเฮฮาอยู่ข้าง ๆ ก็ไม่รู้สึกว่าเหงาเหมือนคราวที่แล้ว

ป.ล. แต่ก็มีข้อเสียนะ เพราะบางจังหวะ อยากปล่อยลม ก็ไม่สามารถทำได้ เกรงใจเพื่อน ๆ แอบคิดวางแผนว่าจะทำเป็นหยุด ผูกเชือกรองเท้าดีไหม คิดไปคิดมา ยังหาเหตุเหมาะ ๆ ไม่ได้ เลยต้องขมิบมาตลอดทาง .. ขำตัวเองดี

จริง ๆ การวิ่งครั้งนี้ก็เหนื่อยอยู่ อาจจะเพราะไม่ค่อยได้ซ้อมวิ่งระยะไกลและก่อนหน้านี้ก็ไม่สบายมา แรงตกไปเยอะ ปีศาจในใจก็เริ่มเกิดที่กิโลเมตรที่ 13 .. อยากหยุดมาก อยากเดิน .. ต้องขอขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ร่วมวิ่งด้วยกัน และภาระหน้าที่เพซเซอร์ค้ำคอ เลยทำให้ปีศาจไม่ชนะ อดทนวิ่งต่อ พยายามตั้งใจและพุ่งเป้าไปที่การก้าวขาให้สม่ำเสมออย่างเดียว มองไปข้าง ๆ เห็นเพื่อน ๆ ที่เฮฮากันตอนแรก ๆ เริ่มเงียบเสียงลง ก็ยิ่งทำให้ฮั้วหยุดไม่ได้ .. ตอนนี้เลยต้องคอยบอกระยะกิโลเมตร และคอยให้กำลังใจกัน

พอถึงช่วงจุดที่นักวิ่งสิบกิโลเมตรกลับตัวมา ก็เห็นนักวิ่งหน้าใหม่หลายคนหยุดเดิน บางกลุ่มก็เดินกันหัวเราะเฮฮา บางกลุ่มหยุดถ่ายรูปกับเครื่องบินและสนามบิน (มองไปก็แอบอิจฉาเล็ก ๆ เพราะฮั้วก็อยากจะหยุดถ่ายรูปวิวบ้างเหมือนกัน แต่ในเมื่อตัดสินใจทำหน้าที่นี้ ก็ต้องทำให้ดีที่สุด) 

ยิ่งทำให้คิดว่าการมาวิ่งครั้งนี้คือการมาแชร์ความประทับใจกับเพื่อน ๆ แชร์ประสบการณ์ในงานนี้ร่วมกัน ดีใจที่ได้วิ่งกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม Crazy Running ดีใจที่ได้วิ่งกับเพื่อนใหม่ที่เจอในวันนั้น .. ยิ่งทำให้ดีใจที่ตัดสินใจเป็นเพซเซอร์และยอมยกเลิกแผนที่คิดไว้เดิมว่าอยากจะมาทำเวลาระยะนี้ให้ดีกว่าปีที่แล้ว

เรียงแถวชักภาพ – โปรรุจน์ shutterrunning

เมื่อเข้าใกล้เส้นชัย ก็เจอด่านตากล้อง ซึ่งเราก็นัดแนะกันว่าจะวิ่งเป็นหน้ากระดานจะได้มีรูปที่เราวิ่งด้วยกัน กลุ่มเราได้รูปงาม ๆ จากทั้งโปรตุ้มและโปรรุจน์ .. รวมไปถึงตากล้องท่านอื่น ๆ ที่พกกล้องมาถ่ายในงาน

และยิ่งดีใจมากขึ้นไปอีกเมื่อวิ่งเข้าเส้นชัยแล้ว มีเพื่อน ๆ เข้ามาทักทายและขอบคุณที่ทำให้เค้าวิ่งจนจบ (เพราะเค้าตาม pacer มา หรือคอยเล็งไม่ให้ pacer แซง) หรือเมื่อจบแล้วมาอ่านคอมเมนต์ทั้งในกลุ่มและนอกกลุ่มก็มีแต่การตอบรับที่ดี ๆ .. ดีใจที่โปรเจ็คนี้ทำให้เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนบรรลุเป้าหมาย บางคนไม่เคยวิ่งระยะไกลด้วย pace 7 มาก่อน ก็มาทำลายกำแพงนั้นได้ที่งานนี้

ผลของการวิ่ง 16.8 กิโลเมตรด้วย pace 7 (7 นาทีต่อกิโลเมตร) ปรากฏว่า

  • Net Time = 01:56:35
  • Gun Time = 01:57:08

พลาดไปนิดเดียว!!

เห็นเส้นชัยลืมคุมเพซกันหมด – โปรป๊อกแห่ง Crazy Running

สรุปงาน

  • งานนี้เรียกว่าผู้จัดเตรียมพร้อมมาดีสำหรับวันแข่ง ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีการอัพเดตข่าวคราวก่อนล่วงหน้า แต่พอไปรับ pack หรือวันแข่งจริงก็ดูเป็นระเบียบผิดกับงานไทยทั่วไป
  • เรื่องน้ำที่ทุกคนกลัวว่าจะหมดเหมือนปีที่แล้วหรือไม่ ปีนี้ก็ไม่ได้ยินเสียงบ่น น้ำมีให้ครบทุกสถานี และจัดเป็นขวด ๆ เตรียมไว้ให้ตอนวิ่งเข้าเส้นชัยแล้ว .. เสียอยู่อย่างเดียวคือไม่มีน้ำให้ตอนก่อนออกสตาร์ท
  • ในเรื่องห้องน้ำในส่วนที่จัดงานเตรียมไว้ค่อนข้างเยอะ ฮั้วคิดว่าเพียงพอ ห้องน้ำก็สะอาดใช้ได้ และมีห้องน้ำให้อีกจุดช่วงกลับตัวของระยะ 16.8 กิโล
  • มีเต๊นท์หยูกยาระหว่างทาง เผื่อนักวิ่งเกิดบาดเจ็บ ตะคริวกิน และมีเจ้าหน้าที่ขี่จักรยานและมอเตอร์ไซท์คอยตรวจตรา
  • สิ่งที่ชอบมากที่สุด คือ งานนี้ปิดถนน 100% ไม่มีการวิ่งหลบรถยนต์ (ซึ่งถ้าไม่ปิดถนน เส้นนี้จะวิ่งยากพอดู เพราะรถวิ่งกันเร็วมาก) ทำให้ฮั้วนึกเสียใจนิด ๆ ที่ไม่ได้พาเจ๊สซี่มาวิ่งด้วยกัน เธอคงจะดีใจมาก .. ไม่เป็นไร คราวหน้าละกันนะเจ๊สซี่
  • เรื่องป้ายบอกระยะมีไม่ครบทุกกิโลเมตร มีบอกเป็นช่วง ๆ แต่มีป้ายบอกล่วงหน้าว่ากำลังจะมี station น้ำ
  • หลังจากวิ่งมีอาหาร น้ำ และขนมเตรียมไว้อย่างดี มีทั้ง KFC ไอศครีม กล้วย น้ำ น้ำเกลือแร่ โจ๊ก แบ่งเป็นชุด ๆ พกพา ดูแลทำความสะอาดง่าย เพราะหลาย ๆ งานเป็นอาหารทำใหม่ ๆ ถ้วยชามโฟม ช้อน ค่อนข้างถือลำบาก และยิ่งจำกัดคนบวกกับระบบคูปองในเหรียญเลยทำให้ควบคุมค่อนข้างง่าย เข้าแถวแป๊บเดียวก็ได้กินแล้ว
  • เหรียญสวย น่าสะสมมาก

สุดท้ายขอขอบคุณ Crazy Running Group ที่รวมตัวกันมาสร้างปรากฏการณ์ในงานนี้ รวมไปถึงการเตรียมตัวไม่ว่าจะเป็นเตรียมคน เตรียมอุปกรณ์เพื่อทำให้โปรเจ็ค KOTR Pacer ประสบความสำเร็จ .. ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่วิ่งให้กำลังใจฮั้วจนจบเส้นทาง (ถ้าไม่มีเพื่อน ๆ ฮั้วก็อาจจะหยุดเดินเช่นกัน).. ขอบคุณตากล้องทั้งในส่วน Shutter Running และ Crazy Running รวมไปถึงตากล้องคนอื่น ๆ ในงานที่ช่วยเก็บภาพความประทับใจในครั้งนี้

เจอกันใหม่ปีหน้า KOTR 2014 .. อีกงานที่ไม่ควรพลาดอีกเช่นกัน
ไปดูภาพสนุก ๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ (ไม่ได้มีแต่สมาชิก Crazy Running group อย่างเดียวนะ) Crazy Running สเต็บเกรียน
 
About Hua Runner-Blogger (103 Articles)
นักวิ่งสายอุปกรณ์ดีเด่น ไม่จัดเต็มวิ่งไม่ออก กำลังสนใจจะ Go Tri

18 Comments on รีวิวงาน Adidas King Of The Road Thailand 2013

  1. ปฏิมาพร พิพัฒนาโฆษิต // September 13, 2013 at 10:53 PM // Reply

    ของคุณpacer 7 คะที่ เราวิ่งตามแรกๆ ตามดี พอช่วงกลับตัวชักห่าง แรงสปีดหมด แต่ก็ตามเข้าเส้นชัยในเวลาที่เร็วกว่าสองชั่วโมง ดีใจมากๆ ถ้าไม่มี pacer ก็คงไม่มีแรงวิ่งตาม งานหน้าชาวแก้งค์ไปเยอะๆ อยากมีpacer อีก แต่ไม่เอาถือป้ายนะสงสารคนถือ วิ่งก็ไกลมาถือป้ายอีกเหนื่อยแทน ขนาดตัวเองไม่ได้ถือ แต่ดูจากการวิ่งฮั้วสปีดได้เร็วกว่านี้ แต่ด้วยหน้าที่ต้องคุมpace ต้องคุมเวลาน่านับถือจริงๆ วิ่งด้วยกันได้คุยกันไปสนุกดี ถ้าวิ่งเดี่ยวไม่สนุกเท่านี้ชอบๆ ครั้งหน้าเอาอีกนะ

    • ต้องดูว่างานไหนไปกันเยอะ ๆ อีก ไม่กรุงเทพมาราธอนก็คงจอมบึงมั๊งคะ

  2. ขอบคุณคุณฮั้วที่คิดไอเดียในการวิ่งแบบ Pacer ค่ะ แถมทำหน้าที่ผู้นำ Pacer 7 ได้เยี่ยมมากๆ ทั้งคุมเพซ สลับถือป้ายเพซ ตอนให้ลูกทีมแวะทานน้ำ โดยที่ไม่แวะรับน้ำเลยค่ะ เป็นวันที่วิ่งความสุขมากๆค่ะ ^_^

  3. ถ้ามีงานต่อๆ ไปมีแบบนี้อีก ถ้าได้ไปวิ่งก็อยากจะวิ่งตาม pacer น่าสนุกดี …(อาจจะแอบวิ่งตามไปเงียบๆ ก็ได้ เผื่อแวะรับน้ำแล้วตามไม่ทัน)^^

  4. ถ้าก้มลงผูกเชือกรองเท้าแล้วปล่อยมาสักป๊าด ลูกทีมpacerที่วิ่งตามไม่ได้กลิ่นหรอก เพราะตอนนั้นคงหายใจทางปากกันแล้ว ครั้งหน้าคงได้วิ่งร่วมกันอีกนะครับ

  5. 5 5 5 ใช่เลยถึงเส้นชัยลืมคุม Pace กันหมดเลย ได้ยินเสียงเตือนเหมือนกัน แต่ในใจคิดอย่างเดียว…. “รอดแล้วเฟ้ย”…เอิ๊กๆๆๆ…^^

  6. แอบวิ่งตามเดอะแกงค์ไปสี่กิโลค่ะ พอแวะกินน้ำเท่านั้นแหละ หายไปแว้ววว 😀 ตอนเข้าเส้นชัย ตามหาคุณฮั้วไม่เจอ อดถ่ายรูปด้วยเลยค่ะ คราวหน้าต้องไม่พลาด 😀

    • เข้าเส้นชัยแล้วฮั้วย้อนกลับไปรับแฟนอีกค่ะ เพราะรายนั้นเดินตั้งแต่ยังไม่กลับตัวเลย 🙂

  7. ขอบคุณเจ้าแม่ Pacer7 มากครับ ที่ทำให้ลูกทัวร์เช่นเฮียรู้ว่า การวิ่งตาม Pacer เนี่ย เหนื่อยมาก… การหยุดดื่มน้ำตามจุดรับน้ำ กับการเข้าห้องน้ำ นานเนี่ย… จะเป็นความผิดพลาดอย่างมาก เพราะคุณต้องวิ่งไล่กวดทีม Pacer กันลิ้นห้อยเลยทีเดียว เฮียกับน๊อตรู้ซึ้งในจุดนี้ 555… ขอบคุณสำหรับความประทับใจดีๆ ครั้งนี้มากครับ ^^

  8. เออ ช่าย ของกินเยอะ ชอบม้ากกกกกกกกกกกกกกกกก

    Puu เอง

  9. – ประทับใจเรื่องน้ำมากๆๆๆๆๆๆ ดีกว่าปีที่แล้วลิบลับ อาจจะเป็นเพราะจำกัดคน

    – วันเอา bib ก็สะดวกรวดเร็ว จนท บริการดี

    – โชคดีแดดไม่ออกอ่ะ ไม่งั้นดำ

    Puu เองค้าบบบบบบบบบบ

1 Trackbacks & Pingbacks

  1. เกือบตายจากภาวะขาดน้ำ | Runner-Blogger

Leave a comment

Your email address will not be published.


*