Review – Altra ONE 2

เพื่อน ๆ เป็นกันไหมคะ ใส่รองเท้าวิ่งแล้วคับหน้าเท้ามาก เวลาวางเท้าแล้วรู้สึกเหมือนนิ้วโดนบีบเข้ามา โดยเฉพาะวันวิ่งยาว รองเท้ายี่ห้อ Altra เป็นรองเท้าที่ตอบโจทย์นักวิ่งที่ไม่ชอบความอึดอัดของรองเท้าวิ่ง เป็นยี่ห้อที่ออกแบบรองเท้าให้เหมือนรูปเท้าปกติของคนเรา ที่สังเกตุดี ๆ จะเห็นว่าช่วงปลายเท้าจะบานออกเพราะมีนิ้วเท้าวางแผ่ขยายรับน้ำหนักของร่างกายและช่วยในการทรงตัว เวลาเรายืนเฉย ๆ อวัยวะชิ้นนี้ก็แบกรับน้ำหนักทั้งตัวไว้ เวลาเราวิ่ง อวัยวะชิ้นนี้แบกรับน้ำหนักตัวและแรงกระแทกขณะทำกิจกรรมเข้าไปอีก รองเท้าของ Altra จึงถูกออกแบบมาเพื่อให้นิ้วเท้าทั้งสิบของเราผ่อนคลาย ไม่บีบเกร็ง และสามารถทำหน้าที่ตามธรรมชาติของมันได้เต็มที่

กล่องพร้อมรายละเอียดการวิ่ง

ทำไมเลือกรุ่น One 2 (วันสแควร์)

รองเท้าคู่นี้เป็น Altra คู่แรกที่ฮั้วมี (นำเข้ามาโดยเพจวิ่งตีนเปล่า) ซึ่งรุ่นที่นำเข้ามามีทั้งแบบวิ่งถนนและวิ่งเทรล ปีนี้ฮั้วงดเว้นวิ่งเทรล เลยตั้งใจเลือกเฉพาะรุ่นที่วิ่งถนนอย่างเดียว และทำไมถึงเป็นรุ่นนี้ หลังจากลองใส่หลาย ๆ รุ่นแล้ว ก็เลือกรุ่นนี้เพราะมีความบางกว่ารุ่นอื่น ๆ ใส่แล้ว flexible ดี ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวค่ะ

น้ำหนักสองข้างและความยืนหยุ่น

การใส่รองเท้าพื้นบางนั้น ฮั้วจะควบคุมการลงเท้าได้ดีกว่าการใส่แบบหนา ๆ หรือรองเท้าที่มีส้นเท้าหนา หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า “แหม ออกมาวิ่งก็ลำบากอยู่แล้ว ทำไมต้องมาบังคับการลงเท้าหรือคำนึงถึงท่าวิ่ง”

ตอนที่ใส่รองเท้าหนา ๆ หรือรองเท้าแบบ traditional ฮั้วสังเกตุตัวเองว่าเวลาวิ่งจะไม่ค่อยสนใจรูปแบบพื้นถนนที่กำลังวิ่งอยู่ จะสนใจทำไมล่ะ ในเมื่อวิ่งแล้วแทบไม่รู้สึกอะไรเลย ก็เอาความหนาของรองเท้ารับแรงไปสิ แต่สังเกตุไหมว่า พอเราไม่ “ใส่ใจ” ว่าเราลงเท้าแบบไหน ท่าวิ่งยิ่งผิดเพี้ยน ลงเท้าแรง ๆ เราก็ไม่รู้สึก เคยไหมคะที่ได้ยินเสียง “ตึง ตึง ตึง” ของคนที่วิ่งตามหลังเรามา ถ้ากำลังแข่งชิงลำดับอยู่นี่อาจจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นเลยเชียว

ส่วนตัวชอบรองเท้าแบบ heel-to-toe น้อยๆ (รองเท้า Altra ทุกรุ่นเป็นแบบ zero drop) เพราะทำให้ไม่รู้สึกกำลังใส่รองเท้าที่ยกส้นตลอดเวลา ทำให้ช่วยให้ปรับท่าทางการวิ่งได้เป็นอย่างดี ไม่ลงส้นก่อน ฮั้วเชื่อว่าถ้าเราเลือกรองเท้าที่ใส่สบายและไม่เสริมส้นเท้าเราจนเกินไป จะทำให้เราวิ่งได้ท่าที่ใกล้เคียงธรรมชาติของตัวเรามากสุด

พื้นรองเท้า

ความประทับใจสุด ๆ

สิ่งที่ชอบมากที่สุดคือ ลักษณะของตัวรองเท้าที่เหมือนรูปเท้า ยี่ห้อนี้บอกเลยว่าเหมาะกับคนที่มีหน้าเท้ากว้าง แว๊บแรกที่เห็นรองเท้าบอกตามตรงเลยว่า “ดูตลก” มันบาน ๆ แป้น ๆ แต่พอลองใส่เท่านั้น “เฮ้ย มันใช่”

ถ้าคุณเป็นผู้หญิงคุณจะเข้าใจว่าการโดนบีบหน้าเท้าเวลาใส่ส้นสูงมันทรมานขนาดไหน เวลาถอดรองเท้าออก ตัวเท้านั้นแสนเมื่อยบางทีก็ถึงขั้นเจ็บเลย แล้วลองคิดดูสิว่าเรามาใส่รองเท้าที่บีบหน้าเท้าระหว่างวิ่งหลายสิบกิโลมันจะทรมานขนาดไหน

แต่ลักษณะหน้าเท้ากว้างของรองเท้าไม่ได้ทำให้รู้สึกหลวมจนเท้าดิ้นไปมา ช่วงกลางเท้าจะกระชับแต่หน้าเท้าจะหลวม มีพื้นที่ให้นิ้วเท้าขยับได้ บวกกับความเบาที่ทำให้เหมือนไม่ได้ใส่รองเท้าวิ่ง ยิ่งทำให้ใส่แล้ววิ่งสนุก นี่แหละรองเท้าที่ตามหามานาน

ผ้า Upper ช่วยระบายเหงื่อ

ความรู้สึกหลังจากวิ่ง

ครั้งแรกที่ใส่เป็นการวิ่งเบา ๆ แต่ก็รู้สึกถึงความสบายของรองเท้า ครั้งที่สองเลยจัดเต็มกับการวิ่งแบบ interval ยิ่งวิ่ง ยิ่งสนุก ไม่รู้สึกว่าบางเกินไป ถึงแม้จะไม่ได้ความรู้สึกเด้งดึ๋งดั๋งเหมือนของ Brooks หรือ Skechers แต่ก็เร่งสปีดได้ อาจจะเพราะรองเท้าเบามาก ๆ ทำให้รู้สึกวิ่งได้เป็นธรรมชาติ รุ่นนี้น่าจะเป็นรองเท้าที่เบาที่สุดที่เคยใส่มาเลยทีเดียว

คู่นี้เป็นอีกหนึ่งคู่โปรดที่ไม่ว่าจะเลือกมาใส่วันที่อยากวิ่งเร็ว ก็วิ่งได้ดี วันที่อยากวิ่งสบายก็ยิ่งสบายไปใหญ่ แล้วรองเท้าบาง ๆ แบบนี้ใส่วิ่งระยะมาราธอนหรือระยะอัลตร้ามาราธอนได้ไหม

ใส่ซ้อมไตรกีฬา

ตะโกนดัง ๆ เลย “ได้สิคะ” ฮั้วตัดสินใจลงวิ่งงานอัลตร้า 10 ชั่วโมงสวนพฤกษ์ และเลือกเอา Altra เป็นหนึ่งในรองเท้าที่จะวิ่งวันนั้น เพราะหน้าเท้ากว้าง ใส่สบาย ใส่แล้วไม่ร้อนเท้า ซึ่งวันนั้นฮั้วต้องการความสบายที่สุดจากเท้า โดยวางแผนว่าจะเอารองเท้าไปสองคู่เพื่อใส่สลับกันคนละครึ่งทาง โดยเริ่มที่ใส่ Altra ก่อนตอนช่วงครึ่งเช้า (อ่านได้ที่ งานวิ่งอัลตร้าสวนพฤกษ์)

เมื่อถึงช่วงเที่ยงที่ต้องเปลี่ยนรองเท้าเป็นอีกคู่ (Skechers GO Run Ride 3) ซึ่งเป็นรุ่นที่ฮั้วใส่วิ่งมาราธอนมาแล้ว กลับกลายเป็นหน้าเท้าแคบไปถนัดใจ น่าจะเป็นเพราะหน้าเท้าขยายหลังจากวิ่งมานานหลายชั่วโมง ใส่แล้วอึดอัดมาก เลยเปลี่ยนกลับมาใส่ Altra เหมือนเดิมและก็ใส่จนจบครบสิบชั่วโมง ตัวลิ้นรองเท้าถูกเย็บด้านหนึ่งติดกับตัวรองเท้าเลยทำให้ไม่เลื่อนไปมาระหว่างวิ่ง จบงานไม่เจอเล็บดำ ไม่เจอรองเท้ากัด

ซ้อม interval

ในงานอัลตร้านั้นฮั้ววางแผนไว้ว่าจะต้องราดน้ำที่ตัวเมื่อครบทุกรอบเพื่อลดความร้อนของร่างกาย และรองเท้า Altra ก็ไม่มีปัญหาในการระบายน้ำออกจากรองเท้าแต่อย่างใด มีอมน้ำบ้างแต่ก็ไม่อมน้ำนาน น่าจะเพราะตัวผ้า upper ที่ค่อนข้างบางอยู่แล้ว ตัวรองเท้าก็ไม่หนักขึ้น (เพราะรองเท้านั้นค่อนข้างเบามากอยู่แล้ว) พื้นรองเท้าก็ไม่ลื่น เกาะถนนดีมาก

เมื่อติดใจกับงานอัลตร้ามาแล้ว รองเท้าคู่นี้ก็ผ่านสนาม IRONMAN 70.3 Bintan กับฮั้วอีกครั้ง ถึงแม้ว่าสนามนี้จะเป็นพื้นคอนกรีตซึ่งทำให้ฮั้วค่อนข้างกังวลกับความบางของรองเท้า แต่ Altra ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง สามารถพาฮั้วผ่านความร้อนชื้น เฉอะแฉะ และความทรมานของวันนั้นมาได้โดยไร้อาการบาดเจ็บเพิ่มเติม (อ่านได้ที่ รีวิว IRONMAN 70.3 Bintan)

สภาพภายนอกหลังผ่าน 300 km

ตอนแรกฮั้วกลัวว่าจะสึกเร็ว เพราะเคยอ่านรีวิวของทุกสำนักมา (แต่เป็นรองเท้าแบบทดลอง ไม่ใช่รองเท้าที่ผลิตขายจริง) ทุกเจ้าจะบอกว่าขาดง่าย เสื่อมเร็ว แต่หลังจากที่ใช้มากว่า 300 กิโลเมตร ฮั้วยังไม่เห็นการสึกหรอที่พื้นมาก หรือร่องรอยการขาด ซึ่งถือว่าค่อนข้างทนทานทีเดียว

สิ่งที่ไม่ชอบเลย คือ ไซส์ของรองเท้า ปกติแล้วฮั้วจะใส่ประมาณ US8.5 – US9.0 แล้วแต่ยี่ห้อและรุ่น แต่เพจวิ่งตีนเปล่าไม่เอาไซส์ครึ่งเข้ามา เมื่อใส่ 9.0 รู้สึกว่าหลวมมากไปเลยทำให้ต้องลดไซส์ลงมาเหลือ US8.0 ถึงแม้ว่าหน้าเท้ากว้างและนิ้วไม่ชน แต่ยังรู้สึกว่าจะใส่สบายกว่านี้มากถ้าได้ใส่ US8.5

สภาพพื้นหลังผ่าน 300 km

นักวิ่งที่เหมาะกับรองเท้ารุ่นนี้

  • นักวิ่งหน้าเท้ากว้าง ผู้กำลังมองหารองเท้าที่ใส่สบายไม่บีบรัด และยืดหยุ่นดี
  • นักวิ่งที่ลงเท้าแบบกลางเท้า-หน้าเท้า หรือลงเท้าแบบเต็มเท้า
  • นักวิ่งที่ชื่นชอบการใส่รองเท้าสไตล์ minimalist แต่ไม่ต้องการความแบนติดพื้น
  • นักวิ่งที่มองหารองเท้าใส่สบายสำหรับการแข่งวิ่งระยะไกล เช่น ระยะมาราธอนหรืออัลตร้ามาราธอน

ปัจจุบันนี้ทาง เพจวิ่งตีนเปล่า นำเข้ารุ่นใหม่คือ ONE™ 2.5 เข้ามาแล้ว ลองไปทดลองใส่และวิ่งได้ที่ช็อป Altra เลยค่ะ

About Hua Runner-Blogger (103 Articles)
นักวิ่งสายอุปกรณ์ดีเด่น ไม่จัดเต็มวิ่งไม่ออก กำลังสนใจจะ Go Tri

Leave a comment

Your email address will not be published.


*