Kiriwong Cross Country

วันแข่ง 24 กรกฏาคม 2559

งาน Kiriwong Cross Country เป็นงานที่ฮั้วตัดสินใจลงเพราะชื่อของงานเลยค่ะ หนึ่งคือคีรีวงเมืองที่อากาศดี สองไม่เคยไปเมืองนครฯ สามคือครอสคันทรี่ (เฮ้ยวิ่งยังไง อยากรู้) .. ตัดสินใจสมัครเงียบ ๆ แล้วก็แทบจะลืมไปเลย เพราะผู้จัดแทบไม่มีข้อมูลอะไรอัพเดตเลย

ใกล้ถึงวันเดินทางก็เข้าไปเช็คข้อมูลที่ FB ของผู้จัดหน่อย เห็นว่ามีดราม่ากันยกใหญ่ เฮ้ย เพื่อน ๆ ที่ชวนกันไปก็เริ่มถอนตัว ฮั้วก็แอบลังเล ใจอยากไป อีกใจก็กลัวว่างานจะดีไหมนะ สุดท้ายก็ตัดสินใจมีเพื่อนหรือไม่มี ฮั้วอยากไปวิ่ง ฮั้วอยากไปลอง ยังไงชั้นก็จะไป (แต่เมื่อหวังพึ่งผู้จัดไม่ได้ก็ต้องพึ่งตัวเอง)

ไปถึงวันเสาร์ รับบิบและฟังบรีฟ .. สถานการณ์ไม่สู้ดี อาจจะด้วยดราม่าที่มีอยู่แล้ว คำถามความแคลงใจมีมากมาย แต่ฮั้วเห็นว่าน้อง ๆ นักเรียน เจ้าหน้าที่ของงานก็พยายามเต็มที่ ทั้งเรื่องบิบ รายชื่อ การคืนเงิน ผ้าบลัฟ เค้าพยายามแก้ปัญหาตรงหน้า ถึงแม้จะไม่ค่อยดีนัก .. ยิ่งมาเห็นที่หน้างาน ก็ยิ่งลดความคาดหวังลง (จากที่น้อยอยู่แล้วก็กลายเป็นไม่มีเลย 😛 )

เช้าวันอาทิตย์ เพื่อน ๆ ที่สุดท้ายตัดสินใจมางานนี้ก็หักหลัง ไม่มีใครตื่นกัน ยิ่งลังเลใจ เฮ้ย เอาไงดี ขับรถไปวิ่งคนเดียวเลย ไม่วิ่งดีไหม แต่ด้วยความดื้อส่วนตัว มาถึงนครฯแล้วอะ แค่อีกครึ่งชั่วโมงขับเข้าคีรีวง ต้องไปสิฟะ เมื่อก่อนก็ยังวิ่งคนเดียวได้เลย .. เมื่อมาถึงหน้างานคนค่อนข้างน้อยกว่างานเทรลอื่น ๆ  ทำให้นึกถึงงานวิ่งเทรลสมัยแรกๆ .. ก็ดีนะ ไม่แออัดดี ก่อนปล่อยตัวก็มีเจ้าหน้าที่มาอธิบายสัญลักษณ์ ป้าย ริบบิ้น .. อากาศตอนเช้าสดชื่นมาก ฟ้าครึ้ม ภูเขาเขียว ๆ ล้อมรอบ เห็นแล้วชื่นใจเป็นที่สุด

ปล่อยตัว 6.30 น. วิ่งไปตามถนนราดยางสี่กิโล ระหว่างทางมีชาวบ้านมาเชียร์ ปรบมือ กำลังใจมาเต็ม วิ่งไปยกมือไหว้ขอบคุณไปตลอดทาง พอช่วงเลี้ยวขึ้นเขา ได้ยินชาวบ้านเชียร์มาว่าขึ้นเขากิโลเดียว สู้ ๆ นะคร๊าบ ..

ของจริง .. เฮ้ย ชันอะ ขึ้นมาหนึ่งกิโลแล้ว ทำไมยังไม่สุดซะที จากแรก ๆ อยากจะจ๊อกขึ้นเรื่อย ๆ ความชันเริ่มมากขึ้น ฮั้วก็เดิน แต่ใช้การเดินเร็ว ๆ ไต่ขึ้น ไม่หยุด ไม่พัก เมื่อพกน้ำติดตัวมาด้วย ก็หยิบมาจิบบ่อย ๆ .. ตามองพื้นหาจุดที่ไม่ค่อยลื่น ทางเริ่มแคบลงเรื่อย ๆ เหลือทางปูนที่เดินได้คนเดียว หายใจเอาอ๊อกซิเจนเข้าเต็มปอด เหนื่อยแต่ชื่นใจสุด ๆ ได้ยินเสียงนกร้อง เสียงต้นไม้เสียดสีกัน และหลาย ๆ ครั้งก็เป็นเสียงแห่งความเงียบรอบ ๆ ตัว ได้ยินเพียงแค่เสียงหอบของตัวเอง

ไต่ขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มคิด เฮ้ย ยังไม่หมดอีกเหรอเนี่ย จากตอนแรกที่ก็คิดว่าใช้ต้นขาหนักอยู่แล้ว เริ่มกลายเป็นหนักมาก ขาเริ่มสั่น เริ่มต้องใช้มือจับต้นขาช่วย เริ่มห่วงว่าขาล้าขนาดนี้แล้วจะทำให้การทรงตัวช่วงขาลงลำบากหรือเปล่า (เพราะเป็นคนลงดาวฮิลไม่ค่อยดีอยู่แล้ว)

เจอจุดให้น้ำก่อนทางลง ฮั้วไม่ได้หยุด เพราะยังเหลือน้ำอีกขวด พอที่จะไปถึงจุดให้น้ำถัดไป .. สักพักเริ่มเห็นทางลง เฮ้ย มันชันมาก จากเดิมที่คิดจะทดเวลาจากขาขึ้น กลับเป็นต้องระวังมากกว่าเดิม เพราะฝนก็ตก พื้นเปียก ตะไคร่ก็มี ทางลื่น ทางปูนแคบ ๆ พลาดนิดเดียว มีเจ็บแน่ ..

แอบเห็นใจคนที่ไปไม่ไหว ต้องหยุด หรือบาดเจ็บต้องรอรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นมารับ เพราะถ้าฮั้วต้องซ้อนลงมากับทางชันแบบนี้ ฮั้วยอมคลานลงมาเอง 😛

ใจเย็น ๆ ฮั้ว ค่อย ๆ ลง ค่อย ๆ ก้าว งานนี้ไม่ใช่เป้าหลัก (ฮั้วกำลังซ้อมเพื่อไปแข่ง Challenge 70.3) แต่กลับกลายเป็นยิ่งสนุก เพราะสายตาต้องไวขึ้น ต้องวางแผนจะลง จะก้าว จะวางตรงไหน ช่วงไหนเร่งได้ ช่วงไหนผ่อน ช่วงเร่งได้นี่เหมือนบินลงมาเลย สนุกมากกกกก .. หลายครั้งก็ต้องเบรกเพื่อให้คนข้างหลังไปก่อน เพราะกำลังขวางทางคนที่เร็วกว่า

ยิ่งช่วงผ่านลำธารนี่แทบจะอยากหยุดซึมซับบรรยากาศตรงนั้น สวยมาก กระโดดหินข้ามลำธาร อยากจะตกน้ำเหมือนกันนะ แต่ไม่อยากเปียก 555 ตอนวิ่งเลียบลำธาร มันชื่นใจสุด ๆ .. หลายแยกที่ไม่มีป้าย ก็ตะโกนถามชาวบ้านเอา พอลงทางเรียบก็ค่อย ๆ วิ่งตามจังหวะตัวเอง ยิ่งช่วงเข้าเส้นชัยก็มียังเสียงเชียร์จากทั้งเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ชาวบ้าน ..

การได้เหรียญและถ้วยเป็นแค่โบนัส ฮั้วว่าฮั้วได้รางวัลที่ดีที่สุดแล้วตั้งแต่มายืนที่จุดสตาร์ท บรรยากาศคีรีวงนี่สดชื่นจริง ๆค่ะ โชคดีที่วันนั้นอากาศไม่ร้อนเกินไปด้วย ความเขียวและความเงียบรอบ ๆ ตัวมันคือที่สุด ธรรมชาติงามมาก ความน่ารักของชาวบ้านมาเต็ม ..

หรืออาจจะมาจากการที่ฮั้ว “ไม่คาดหวัง” อะไรจากผู้จัด ฮั้วเลยซึมซับทุกอย่างอย่างเต็มที่ ก็ชั้นมาวิ่ง ชั้นสุขใจที่ได้วิ่ง ได้ทักทายเพื่อน ๆ ที่เจอกันระหว่างทาง ได้คุยกับเพื่อนใหม่ที่วิ่งข้าง ๆ กัน

จริงอยู่ที่ผู้จัดไม่เป็นมืออาชีพ จริงอยู่ที่ผู้จัดมีอะไรมากมายที่จัดการได้แย่ จริงอยู่ที่ระบบควรจะทำให้ดีกว่านี้ จริงอยู่ที่เค้าไม่ทำอะไรตามคำที่เค้าโฆษณา .. ส่วนตัวก็ไม่ประทับใจกับการจัดงานนี้เลย แต่ฮั้วจะเสียใจมากถ้าฮั้วตัดสินใจไม่มาแล้วพลาดการวิ่งเมื่อวานไป

เมื่อวานนี้ฮั้วได้เรียนรู้ว่า วันดีๆ ของเราเกิดขึ้นได้จากการจัดการความคิดของเราเอง .. ฮั้วขอใช้ quote จากหนังเรื่องโปรด About Time .. “We are all travelling through time together every day of our lives. All we can do is do our best to relish this remarkable ride.

About Hua Runner-Blogger (112 Articles)
นักวิ่ง นักไตร .. รักการเดินทางสายสุขภาพ เริ่มจากการวิ่ง พัฒนาไปไตรกีฬา ต่อไป ใครจะรู้

Leave a comment

Your email address will not be published.


*