Challenge Vietnam 2016 (Nha Trang)

วันแข่ง 11 กันยายน 2559

งานนี้เป็นสนามแรกที่ลองลงค่าย Challenge Family ตอนที่ตัดสินใจเมื่อสี่เดือนที่แล้ว ได้ดูวีดีโอโปรโมทที่พูดโดย Macca ซึ่งบอกว่าจะเป็น flat and fast course .. ฟังแล้วตัดสินใจเลยว่า “ไป” (ก็ชั้นไม่ชอบทางเขา) แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ประกาศคอร์สจักรยาน .. ผ่านไปสามเดือน ทางที่ประกาศออกมาเป็นแบบออกไปวนสองรอบ (ตามรูป โดนช่วงเขา 4 รอบ) ดู ๆ แล้ว flat ตรงไหนวะ ช๊อคครั้งแรก!!! (หารู้ไม่ว่ายังไม่จบ)

เหลืออีกหนึ่งเดือนก่อนแข่ง ในเว็บประกาศใหม่ เป็นไป 18 km กลับ 18 km ไป 18 km กลับ 9 km ไป 9 km กลับ 18 km คือ วนโดนตรงเขานั้น 6 รอบ ..
สองสัปดาห์สุดท้ายก่อนแข่งประกาศใหม่ เป็นไป 18 km กลับ 9 km แล้ววน 4 ลูป รอบสุดท้ายกลับ 18 km .. สรุปวนตรงเขาอย่างเดียว 8 รอบ ..

ร้องเชี่ยดังมากกกกก !! โดนหลอกอีกแล้ว!! ถึงกับเครียด ชั้นไม่ได้ซ้อมเขา ชั้นอาจั๊กไตรไป เกียร์ชั้น 105 ชั้นจะเปลี่ยนเกียร์ทันไหม ขึ้นไม่กลัว กลัวลงเฟ้ย .. แล้วขึ้นขนาดนั้นกับทาง 90 km แล้วต้องวิ่งอีก 21 km .. แล้วคุณมึงมาประกาศอะไรตอนเหลืออีกไม่ถึง 10 วัน!!!

โค้ชปลอบใจ เอาน่า CIMB ชันกว่านี้ยังผ่านมาได้ .. เฮ้ยแต่นั่นไม่ต้องมาลงวิ่ง 21 km ป่าว!! .. เฮ้ยแต่นั่นชันแป๊บเดียว มีสองลูกแล้วจบป่าววะ! นี่มัน hill repeat!!!

ก่อนเดินทาง จัดการทุกอย่างเรียบร้อย จองตั๋วเครื่องบิน ซึ่งต้องบินไปลงโฮจิมินห์ ต่อเครื่องไปลงญาจาง บุ๊คน้ำหนักเพิ่ม .. จัดการจองโรงแรมให้ใกล้จุดสตาร์ทที่สุด .. จองรถรับส่งกับคุณเก่ง O2Max (ขอบคุณที่จัดการทุกอย่างให้ค่ะ) .. เอาจักรยานไปเช็ค ตรวจเบรคให้เรียบร้อย .. ซักซ้อมกับแก๊งค์ในส่วนการเปลี่ยนยาง .. แพ็คทุกอย่างเข้ากระเป๋า ..

แผนที่คิดไว้ในใจ โค้ชบอกอีนี่มันดื้อบอกให้เขียนแผนก็ไม่เขียน ปล่อยมันเตรียมเอง ..

กินเจล 1 ก่อนลงน้ำ ใส่เสื้อไตร เตรียมแว่นว่ายน้ำไปเผื่อ / ขึ้นจากว่ายน้ำ เปลี่ยนเสื้อไตรเป็นเสื้อปั่น จะได้ใส่อุปกรณ์ ขวดน้ำที่สาม และเจลได้ ใส่ถุงมือ ใส่ถุงเท้า ใส่ calf compression / ช่วงจักรยานจะกินเจลประมาณ 3 ซอง (เพราะตอนแรกจะเอาอินทผาลัมไปอีก 300 กรัม) บวกกินเกลือแร่ แผนคล้าย ๆ ตอนไปดานัง / ช่วงวิ่งกินเจลอีก 2 ซอง (เตรียมถุงเท้าไปเผื่อเปลี่ยน) / สรุป วางแผนกับเจล 6 ซองเท่ากับดานัง + อินทผาลัม + electrolyte สองขวด น่าจะพอ

แต่สุดท้ายลืมเอากระเป๋าติดเบาะเพื่อไปใส่อุปกรณ์จักรยาน กับลืมหยิบอินทผาลัมไป (ดีที่ขนเจลไปเกินกว่าแผนที่คิดไว้)

การเดินทาง 

เครื่องออกวันศุกร์แต่เช้า คนไทย 8 คนที่ไปงานนี้ จักรยาน 5 คัน (เดี่ยว 4 ทีม 1) นั่งการบินไทยบินตรงสู่โฮจิมินห์ .. ดีที่เคยมาแล้วตอนไปแข่งดานัง เลยรู้ที่กินที่เดิน .. รับกระเป๋าจากฝั่ง international ข้ามไปฝั่ง domestic รีบเช็คอินก่อนที่ฝูงนักไตรฯคนอื่น ๆ จะมากัน .. พนักงานจัดการกระเป๋าได้แย่มาก ทรงเข้าเครื่องแสกนไม่ได้ก็พยายามจะยัดให้เข้า เสียเวลาตรงนี้ไปพอสมควร

อยู่พร้อมหน้าพร้อมกันก็แจก wristband limited edition สำหรับ Team Thailand .. เป็นที่ระลึกการมาลำบากร่วมกัน .. ทุกคนเปิดบริสุทธิ์กับระยะ 70.3 ใจกล้ามาก ๆ .. พี่ฮิมลง OD ไปครั้งเดียว .. เล้งกับสิ่งก็ลงแต่ sprint ไปสามครั้ง ไม่เคยลง OD ด้วยซ้ำ .. ทีม Tri-ron Pig ที่มาสนุกร่วมกัน .. ซาบซึ้งจริง ๆ

การต่อเครื่องจากโฮจิมินห์ เรายังใช้เวียดนามแอร์ไลน์เช่นเดิม บินตรงปุ๊ข้ามมาถึงญาจาง (Nha Trang) คนขับรถที่คุณเก่งติดต่อไว้ก็มารอ มีรถตู้สำหรับคนและรถบรรทุกสำหรับจักรยาน .. ขับรถเข้ามาในเมืองประมาณ 20 นาที ทั้ง ๆที่ไม่ไกล แต่ด้วยกฏหมายที่จำกัดความเร็ว คนขับเลยไม่ค่อยซิ่ง

กว่าจะถึงโรงแรมก็บ่ายสามกว่า ๆ รีบเก็บของเข้าห้อง ประกอบจักรยาน เตรียมลงมาวิ่งคลายขา 20 นาที ตามแผนที่ได้มา วิ่ง ๆ จนครบก็ไปรับ race pack ที่งาน อุตส่าห์เตรียมใจไปช็อป .. แต่ ไม่มีของขายเลย เซ็ง .. หลังจากรับบิบก็เดินกลับมาเก็บของ พักผ่อนนิดหน่อย แล้วก็เดินไปงานปาร์ตี้โหลดคาร์บ ซึ่งโรงแรมที่รับบิบกับปาร์ตี้อยู่คนละที่กัน เรียกว่าวันนี้เดินเยอะมาก

แต่ให้อภัย อาหารอร่อยอะ จัดไปซะเยอะเลย ส่วนฮั้วยังโดนโค้ชห้ามเรื่องน้ำตาล อยากกินขนมมากกกกกก เอาวะ เหลืออีกสองวันเท่านั้น

A day before the race 

วันเสาร์ตื่น 5.20 น. เพื่อเตรียมลงไปว่ายน้ำ (ปล่อยตัว 6.15 น.) เพื่อเช็คว่าน้ำเป็นยังไง เปิดหน้าต่างดู .. โว้ว คนเต็มหาดเลย คนที่นี่มาว่ายน้ำตอนเช้าเยอะมาก และพระอาทิตย์ก็ขึ้นเร็วด้วย ตีห้าครึ่งก็สว่างแล้ว .. ไปถึงหาด น้ำเย็นเจี๊ยบ แต่ก็ลงไปว่ายเพื่อเช็คว่าต้องมองอะไรบ้าง ระหว่างว่าย แอบกลัวเล็กน้อย มันโหวง ๆ น่ากลัว ทะเลลึกเพราะเป็นอ่าว มันมืดสนิท .. ว่ายน้ำเสร็จก็รีบกินข้าว เพราะนัดคนรถไว้เพื่อออกไปเช็คเส้นทางปั่น อากาศร้อนมากต้องพกน้ำติดตัวไว้จิบตลอดเวลา

ตอนนั่งรถก็เห็นแล้วเนินมาเต็ม ๆ ไต่ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนลงนี่โค้งไปมา ในใจกลัวมาก มือเย็นเลย ภาพจากเขาตับเต่าป๊อบขึ้นมา .. ทิศทางเดินรถก็คนละด้านกับเมืองไทย ชั้นจะเข้าโค้งได้เหรอ ซ้ายก็เขา ขวาก็เหว โคตรจะกลัวแหกโค้ง ท่องไว้ชิดขวาแซงซ้าย แต่เอาวะ ถ้าน่ากลัวนักก็ค่อย ๆ ไปละกัน ไม่หวังละ 6 ชั่วโมง

กลับโรงแรมมาก็เอาจักรยานออกไปที่งานเพื่อเช็ครอบสุดท้าย แล้วก็ไปปั่นลองเกียร์แป๊บนึง แล้วก็เตรียมตัวเอาจักยานเข้าเช็คอิน แร็คแขวนจักรยานน้อยมาก มีห้าแถวเอง คนแข่งน่าจะประมาณ 200 คน (รวมแบบทีม) โคตรจะกลัวว่ายน้ำขึ้นมาเป็นคนสุดท้าย .. ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนเทแน่ ๆ ที่คลุมรถก็ไม่มี ช่างมัน!

Race Briefing เย็นมาก ๆ กว่าจะได้เข้าไปฟังก็ทุ่มนึง แต่ต้องฟังเพราะลุ้นทางจักรยานว่าต้องวนกี่ลูป บอกเลยว่าถึงแม้ผู้จัดบอกว่าจ้าง professional มาจากสิงคโปร์กับมาเลเซีย แต่มือใหม่มาก ข้อมูลไม่ครบ มีคนถามก็ต้องหันไปถามกันเอง

การว่ายน้ำคอร์สไม่เปลี่ยน แต่ทางจักรยานนี่ไม่ปิดถนน 100% ปิดแค่เลนเดียวของฝั่งถนน แถมตอนวนกลับมา transition ต้องข้ามไปชิดขวาอีกฝั่ง ซึ่งเค้าบอกจะตั้งกรวยส้มเพื่อแยกกับมอเตอร์ไซค์นับล้านให้ โดยบอกว่าให้ระวังตัวตอนปั่นในเมือง ไม่ควรลงแอโร่ว เอ่อ … หมดกันการปั่นทางราบเพื่อเก็บความเร็วก่อนเจอเขา

หลังจากฟังบรีฟ ก็รีบกลับมากินข้าว ฝนตกไปเรียบร้อย รีบเข้านอน .. หลับป๊อกไปตอนสามทุ่มกว่า เพื่อตื่นตีสี่ เตรียมตัวไปแข่ง

Race Day

เวลาตีสี่สั่งให้ทางโรงแรมเอาอาหารเช้ามาส่ง สั่ง club sandwich กันไว้ แต่กินไม่ลงอยู่ดี โชคดีที่เหลือขนมปังอยู่หนึ่งก้อนเลยกินรองท้องไปก่อน ยังไงซะก่อนลงว่ายน้ำก็ต้องกินเจลอยู่ดี .. รีบเดินไป transition จัดของให้เรียบร้อย สูบลมยางที่ 100-105 พร้อมทบทวนแผนว่า T1 และ T2 จะทำอะไรบ้าง หยิบของอะไร ใส่อะไร

6.00 น. กินเจลไป 1 ซอง ไปลองว่ายวอร์ม น้ำเย็นและขุ่นมาก ผลมาจากฝนตกตลอดคืน (แอบกลัวมีแมงกะพรุน แต่พยายามสลัดความคิดทิ้งไป) ถ่ายรูปกับทีม .. รอปล่อยตัวโปรชาย โปรหญิง กลุ่มชาย และกลุ่มหญิง+ทีม .. กว่าจะได้ปล่อยตัวก็โน่น 6.30 น. ได้

การว่ายน้ำ

การว่ายจะว่าย 2 ลูป มีทุ่นตามภาพเลย วกกลับเข้าหาดก็ขึ้นมาวิ่งก่อนลงไปว่ายต่อ ส่วนตัวเกลียดคอร์สว่ายแบบนี้มาก เพราะมันเหนื่อย ต้องมาปรับสโตรกใหม่ตอนรอบสอง .. ทะเลวันนี้มีคลื่นกว่าวันเสาร์เล็กน้อย แต่โดยรวมยังถือว่าเรียบกว่าสนามอื่น ๆ ที่เคยเจอมา ฮั้วยืนอยู่ด้านซ้ายของกลุ่มเพราะกะเกาะสาย bouy ไปเรื่อย ๆ ไม่ได้อยู่ด้านหน้าสุด เพราะรู้ตัวว่ายไม่เร็ว แต่…

ลงน้ำปุ๊บ โดนล้อมหน้าและขนาบข้างด้วยตีนกบ .. นี่ยังไม่ถึง 25 เมตรเลย ต้องหาทางแหวกจากกลุ่ม เสียเวลาและพลังไปมาก .. เพราะหลุดก็พยายามใจเย็น ๆ ว่ายตามสโตรกตัวเองไป ไม่ได้เร่งมาก จริง ๆ แล้วรู้สึกว่าว่ายดีซะด้วยซ้ำ เพราะเล็งทุ่นตลอด ไม่เขว และแซงคนได้เรื่อย ๆ .. พอเลี้ยวทุ่นแรก ก็เริ่มทันกลุ่มผู้ชาย ช่วงขนานฝั่งรู้สึกว่าไกลมาก ว่ายไม่ถึงทุ่นสองซะที .. ตอนเลี้ยวเข้าฝั่งค่อยเร็วขึ้นหน่อย

ลงรอบสอง ว่ายทันพี่ฮิม เลยแอบตามไปเรื่อย ๆ เห็นพี่ฮิมเปลี่ยนเป็นกบเลยถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า แอบห่วงคนลงครั้งแรก .. แต่พี่เค้าบอกให้ไปเลย ก็เลยว่ายนำไป .. ข้อเสียของการว่ายครั้งนี้คือ ว่ายชนสายบ่อยมาก หัวเข้าไปติดประจำ .. และเจอพวกตีนกบเยอะไปหน่อย .. ตอนนี้เริ่มเข้าใจคนอื่น ๆ ที่ไม่ชอบเจอกบละ

วิ่งขึ้นจากน้ำ ดูนาฬิกา 50 นาที (ระยะการ์มิน 2100 m) เฮ้ย ทำไมช้าจัง ปกติจะไม่เกิน 45 นาทีกับระยะ 1.9 km นี้ แอบใจแป้วนิดหน่อย เพราะผิดแผนไป 5 นาที แล้วต้องไปทำเวลาตรงส่วนอื่นชดเชย ..ผู้จัดประกาศตอนหลังว่าระยะมีเกินกว่า 1.9 km

โชคดีที่ transition ค่อนข้างใกล้ เลยไม่ต้องวิ่งไกลแบบดานัง .. ตอนแรกคิดไว้ว่าจะถอดเสื้อไตรแล้วใส่เสื้อปั่น แต่ดูแล้ววันนี้ไม่มีแดด เลยใส่เสื้อปั่นทับไปเลย หยิบอุปกรณ์จักรยานและขวดน้ำ electrolyte หนึ่งขวดใส่กระเป๋าหลัง / เจล 5 ซองใส่กระเป๋าติดเฟรมอยู่แล้ว / มีกระติกแอโร่วใส่น้ำหนึ่งขวด / กระติกติดเฟรมใส่ electrolyte อีกหนึ่ง / ใส่ถุงมือ ถุงเท้า รองเท้าจักรยาน ใส่แว่นกันแดด ใส่บิบ ใส่หมวก / กินเจลไปหนึ่งซอง รูดเจลอย่างด่วน ๆ / จูงจักรยานออกจาก T1

เวลาว่าย 50:22 นาที / ระยะ 2180 m / T1 3:21 นาที

ปั่นจักรยาน

วิธีจำทางปั่นอย่างง่ายคือ ปั่นไป 18 km แล้วกลับตัวตรงสุดทาง 4 ครั้ง ครั้งที่สี่เมื่อไหร่ก็ปั่นตรงกลับเข้าเมือง .. เลยวางแผนว่ากลับตัวสุดทางเมื่อไหร่ กินเจล 1 ซอง เพราะตรงนั้นคือทางเรียบที่เดียวที่มี .. ช่วงปั่นแผนที่สั่งมามีแค่ HR ไม่เกิน 150 bpm และไต่เนินหัวใจห้ามเกิน 5 beat (สั้น ๆ คือห้ามอัด ห้ามกด)

ช่วงเจอเนินหลังจากพ้น 9 km แรก เรียกว่ากะกำลังไม่ถูกเลย .. มันไต่ขึ้นเรื่อย ๆ เลยเปลี่ยนจานหน้าเล็ก กลัวต้นขาล้าช่วงท้าย ๆ ใครจะแซงก็แซงไป .. แต่ช่วง rolling ที่ควรเก็บความเร็วเพื่อมาส่งให้ขึ้นอีก ฮั้วไม่กล้าลงแอโร่และคอยเลี้ยงเบรกตลอด .. หนึ่งคือกลัวโค้งเป็นทุนเดิม สองคือมันลงเร็ว กลัวพลาด .. วนลูปแรกนี่คือการปั่นดูทางว่าโค้งขนาดไหน เนินหนักแค่ไหน .. กลับตัว 18 km เติมเจลหนึ่งซองตามแผน ดูเวลาแล้วประมาณ 35 – 40 นาที เอาน่ะ พอไหว เหมือนตอนซ้อม sky lane

วนลูปสอง เริ่มตามไลน์คนข้างหน้าเวลาลง แต่ยังคงไม่กล้าลงแอร์โร่อยู่ดี ยังคงเบรกช่วย ไต่ขึ้นใช้จานหน้าเล็กเหมือนเดิม ดูหัวใจแล้ว ชิลมาก ไม่แตะ 150 เลย .. ระหว่างปั่นจะจิบน้ำเรื่อย ๆ รอบสองเริ่มหยิบขวดเกลือแร่จิบบ้าง .. กลับตัวรอบสอง เติมเจลอีกซอง

วนลูปสาม หลังจากผ่าน 45 km เริ่มประเมินแรง .. อืม แรงเหลือว่ะ ขาไม่ล้า สภาพดีกว่าตอนดานังเยอะ เลยลองไต่เนินแบบจานหน้าใหญ่ เริ่มเข้าจังหวะ ตอนลงก็กล้ามากขึ้น เริ่มรู้ไลน์ ลงแอโร่ว ปล่อยไหล ไม่แตะเบรก จะมีแค่หนึ่งโค้งที่ยังไม่มั่นใจเลยต้องขึ้นมาจับแฮนด์ แต่โดยรวม รอบสามมันมาก .. กลับตัวรอบสาม เติมเจลอีกซอง ..

วนลูปสี่ ครั้งสุดท้าย น้ำเปล่าที่กระติกแอโร่และ electrolyte ที่ติดเฟรมยังเหลือ เลยตัดสินใจโยนขวดที่สามที่พกมาทิ้งข้างทาง เกะกะและหนักตัว เช็คสภาพร่างกายยังสบาย ๆ ไม่เหนื่อย ไม่เมื่อย เลยเริ่มไต่ขึ้นแบบไม่ยั้ง ปล่อยไหลแบบเร็ว ๆ เก็บเวลาชดเชยที่ช้ามานาน .. กลับตัวสุดท้ายเติมเจล แล้วจัดเต็มเพื่อกลับเข้า transition โดยที่ยังอยู่ในแผน คือ HR ไม่เกิน 150 bpm และไต่เนินแบบไม่เกิน 5 beat

ปั่นกลับมา คิดในใจ สภาพดีกว่าดานังเยอะ ไม่ปวดหลัง หัวใจไม่สูงเลย เหลือแรงมาปั่นตอนทางเรียบ แถมติดใจ ทางแบบนี้ก็สนุกดีแฮะ .. ตอนปั่นกลับ งงเส้นทางกับผู้จัดมาก ๆ เพราะตอนบรีฟบอกให้ชิดขวาของฝั่งถนน .. เอาเข้าจริง ๆ ชิดซ้าย .. ลงจักรยานรีบวิ่งเข้า T2

เวลาจักรยาน 3:11 ชั่วโมง / ระยะ 90.95 km / T2 2:13 นาที

การวิ่ง

กลับเข้า T2 ปกติจะวิ่งพร้อมเสื้อปั่น แต่คราวนี้ไม่มีแดด แถมฝนตกเลยถอดเสื้อปั่น ถอดหมวก เปลี่ยนรองเท้า หยิบหูฟัง และหยิบเจลไปอีกสามซองพกติดตัวไปด้วย

ออกจาก transition ผ่านโต๊ะน้ำ หยิบน้ำมาด้วยหนึ่งขวด กินเจลไปครึ่งซอง ออกวิ่ง .. โดยแผนมีว่า HR ไม่เกิน 160 bpm สำหรับ 7 km แรก หลังจากนั้นตามใจฮั้ว

กิโลแรก pace พุ่งขึ้นไป 5.20 HR 151 .. นึกในใจ เฮ้ย จะให้แตะ 160 จริง ๆ เหรอวะ นี่ก็น้อยกว่า 5.30 แล้วนะ .. กิโลสอง pace 5.30 HR 153 .. อืม เอาไงดี แต่ก็ยังวิ่งเรื่อย .. การหายใจ สบาย ๆ ไม่เหนื่อยอะไร แต่ก็ไม่กล้าเร่งให้แตะโซนที่โค้ชสั่ง

ระหว่างทางไม่ได้แวะโต๊ะน้ำ เพราะพกขวดติดตัว .. เติมเจลอีกครึ่งซองที่กิโล 4 .. เปลี่ยนขวดน้ำที่กิโล 6

ครบ 7 km เริ่มคิด ช่างมัน วิ่งตามใจฉันละกัน เลี้ยงรอบขาไปเรื่อย ๆ ระหว่างทางปวดท้องหน่อย ๆ ลมเต็มท้องต้องมีปล่อยออกมาบ้างเป็นระยะ ๆ ดีที่สนามนี้ไม่ค่อยมีคน เลยไม่มีใครอยู่หน้า ไม่มีใครอยู่ข้างหลัง .. กิโล 8 เติมเจลอีกครึ่งซอง ระหว่างนี้ทางก็เนินขึ้นเป็นระยะ ๆ

กิโล 9 ปวดฉี่มาก .. เอาไงดี หาจังหวะปล่อย พอกลับตัวกลับมาเจอโต๊ะน้ำเลยแอบราดน้ำปล่อยของซักนิด ..ดูนาฬิกาแล้ว วิ่งไม่จบภายใน 6 ชั่วโมงแน่นอน เลยเริ่มวิ่งแบบไม่ได้บีบคั้นอะไร .. วิ่งไปนิดหน่อยเจอผู้จัดขับมอไซค์มาบอกว่าให้ถอดหูฟังเพราะผิดกฏ

กิโล 12 เติมเจลอีกครึ่งซอง .. ตอนนี้ขาเริ่มล้าแล้วเหมือนกัน รู้สึกเพซตก ฝนก็ตกตลอดทาง เปียกแฉะ วิ่งก็ยาก

ด้วยความงกไม่อยากเปิดซองเจลใหม่ เลยกินน้ำเกลือแร่ไปหนึ่งกระป๋องตรงกิโล 15 เลยเดินเยอะไปหน่อย .. เห็นป้ายกิโล 15 แล้วเลยพยายามเร่งเพซให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ค่อย ๆ เก็บมาทีละกิโล ผ่านสะพานสุดท้าย นับระยะทางเพื่อเข้าเส้นชัย

ในใจคิดว่า “ไม่เอาอีกแล้ว 70.3 จะพาตัวเองมาทรมาน 6 ชั่วโมงทำไมเนี่ย ปีหน้าชั้นจะลงแต่ OD!!!”

โค้งสุดท้าย วิ่งเข้าเส้นชัยแบบสวย ๆ

เวลาวิ่ง 2:02 ชั่วโมง / ระยะ 20.6 km 

หลังแข่ง สภาพขาดีมาก เหมือนไม่ได้แข่งมา มีเมื่อยบ้างนิดหน่อย แต่อาจจะเพราะไม่ได้อัดช่วงวิ่งด้วย .. เสียดายเวลาว่ายน้ำที่เกินคาดไป กับเสียดายที่ใจเย็นไปหน่อยช่วงปั่นสองลูปแรก ทั้ง ๆ ที่ร่างกายพร้อมและฟิตพอ (คงต้องแก้เรื่อง skill จักรยานจริงจัง เพราะไม่งั้นก็ยังกลัวและไม่กล้าไปเรื่อย ๆ)

เสียใจที่ต้องปั่นแบบมีเขา ถ้าทางเป็นอย่างที่คิดไว้ตอนแรกก็คงจะดีกว่านี้ แต่ก็ดีใจที่ท้ายที่สุด อย่างน้อยสองลูปหลังก็มีความกล้ามากขึ้น และ enjoy กับเส้นทางแบบ rolling .. กลับมารู้สึกว่า ทางแบบนี้ก็สนุกดี คงต้องหาเวลาไปฝึกขึ้นลงเขาบ้างแล้ว

และโชคดีที่ปีนี้วันแข่งไม่มีแดด ฟ้าครึ้มตลอดวัน เสียแต่มีฝนปรอย ๆ ช่วงปั่น กับฝนตกช่วงวิ่ง ทำให้สนามนี้ไม่โหดร้ายเกินไปนัก เพราะมีเนินทั้งปั่นและวิ่ง ถ้ามารวมกับแดดด้วยคงแย่แน่ ๆ

สรุปสถิติ

จบสนามนี้ที่ 6:09 ชั่วโมง (พลาดเป้าไป 9 นาที) แต่คือ new PB ของสนาม 70.3

สนามดานังที่เป็นทางเรียบ ตอนนั้นได้ 6:11 ชั่วโมง => Elevation Gain 106 m / Elevation Max 66 m / เวลาปั่น 3:03 ชั่วโมง / AV HR 142 bpm / AV speed 29.4 kph

สนามญาจาง  => Elevation Gain 640 m / Elevation Max 90 m / เวลาปั่น 3:11 ชั่วโมง / AV HR 144 bpm / AV Speed 28.6 kph

ยินดีด้วยกับนักไตรระยะ 70.3 มือใหม่ที่สามารถพิชิตระยะนี้ได้สำเร็จ แต่ละคนเวลาดีมาก ๆ แล้วแก๊งค์เราก็เลือกสนามที่จะไปแก้มือแล้ว .. สนามหน้าสนุกแน่ ๆ .. ขอบคุณทุก ๆ คนที่เดินทางไปสนุกด้วยกัน ขอบคุณที่ช่วยเหลือดูแลกันตลอดทริป ตั้งหน้าตั้งตารอสนามหน้าแล้ว

 

 

About Hua Runner-Blogger (112 Articles)
นักวิ่ง นักไตร .. รักการเดินทางสายสุขภาพ เริ่มจากการวิ่ง พัฒนาไปไตรกีฬา ต่อไป ใครจะรู้

1 Trackbacks & Pingbacks

  1. Challenge Nakorn Nayok 2017 (Olympic Distance) | Runner-Blogger

Leave a comment

Your email address will not be published.


*