ISUZU Roboman 2016 (Sprint Distance)

วันแข่ง 12 มิถุนายน 2559

งานโรโบแมนไตรฯ เป็นงานแรกที่ฮั้วได้เข้าร่วมบรรยากาศการแข่งไตร (อ่านรีวิวที่นี่ Isuzu Roboman 2014) ทำให้ติดใจการแข่งไตรและเป็นจุดเริ่มต้นของการเล่นไตรมาตลอดสองปี เพราะฉะนั้นงานนี้ไม่แข่งไม่ได้ .. แต่ช่วงก่อนแข่งสองสัปดาห์เป็นช่วงที่ฮั้วกำลังพักซ้อม เนื่องจากมีปัญหา over-training ทางโค้ชเลยแนะนำว่าให้หยุดพักและไปสนใจกิจกรรมอย่างอื่น นอกจากการเล่นกีฬา โดยเฉพาะห้ามวิ่ง ว่าย ปั่น โดยเด็ดขาด

การไม่ได้ซ้อมเลย (แถมยังกินกระหน่ำ) ทำให้น้ำหนักตัวขึ้น ไม่ฟิต และเริ่มรู้สึกเครียด เมื่อยิ่งเข้าใกล้วันแข่ง .. ถึงแม้ว่าโค้ชจะบอกว่ายังมีความฟิตแต่ส่วนตัวคิดว่าถ้าลงแข่งก็อยากจะแข่งแบบสภาพร่างกายสมบูรณ์ (ไม่ใช่น้ำหนักสมบูรณ์)

Race Briefing

ปกติแล้วจะต้องมาลองว่ายน้ำที่สนามวันก่อนแข่ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้ทำ ได้แต่ขับรถดูทางช่วงบ่ายๆ และพยายามจำทุกหลุม ทุกโค้ง ทุกเนินให้ได้มากที่สุด คิดในใจว่าต้องระวังทุกเลี้ยวและอย่าล้มเท่านั้น หลังจากฟังบรีฟก็เริ่มเอาภาพว่าย ภาพปั่น ภาพวิ่งมาปะติดปะต่อกัน รวมถึงทบทวนขั้นตอนการทำ transition เป็นภาพใหญ่ในหัว

อากาศวันเสาร์ร้อนมาก ตัวแฉะตลอดทั้งวันเลยพยายามพกน้ำติดตัวไว้จิบตลอดเวลา ตอนเย็นกินน้อยมาก เพราะคนที่ร้านเยอะ ผิดแผนไปหมด และกว่าจะได้เอาจักรยานมาเช็คอินก็สองทุ่มเข้าไปละ แถมไม่ได้เอาจักรยานเข้าเช็ค mechanic อีก

ขั้นตอนสุดท้ายคือเช็คเบรคหลังอีกครั้งเพราะได้ยินเสียงฟืด ๆ จากจักรยาน ทดสอบแล้วพบว่าเบรคไม่คลายกลับมาปกติแต่ก็ไม่ได้ติดขอบล้อมากเท่าไหร่นัก ขอบคุณพี่ฮิมที่ช่วยจัดการเบื้องต้นให้ด้วย เอาวะ whatever will be will be

Race Day

ตื่น 3.40 น. เข้าห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย .. แข่ง sprint ก็ดีอย่างคือ ไม่ต้องวางของเยอะ .. เอาจักรยานแขวน เอาน้ำใส่กระติก เอารองเท้าจักรยานติดที่คลีท วางหมวกจักรยาน ใส่บิบ ใส่แว่น เสียบเจลหนึ่งซอง วางรองเท้าวิ่งและหมวก .. เอาล่ะ จะถอดนาฬิกาดีไหม แล้วถ้าถอดจะถอดตอนไหน ตอนวิ่งหรือตอนมาถึง คิด ๆ ๆ ๆ เอาวะ ลองถอดละกัน จะได้ดูเวลาตอนปั่นได้ คงไม่เสียเวลามากนัก (ไม่ควรเลย ๆ ๆ ๆ ไม่ควรทำอะไรใหม่ในวันแข่งเลย)

อากาศวันนี้ร้อนอบอ้าว เค้าพยากรณ์ว่าจะฝนตก แต่มองท้องฟ้าแล้วฮั้วว่าคงร้อนน่าดู คอร์สว่ายเป็นแบบสามเหลี่ยม ระหว่างทางจะมีธงปักไว้ให้ ธงสีส้มคือธงที่เป็นระยะของการว่าย ธงสีเขียวคือธงนำทางเข้าฝั่ง ทุ่นเหลืองอันใหญ่ที่ทางผู้จัดทำไว้ให้จะมีแค่สองทุ่นตรงจุดหักเลี้ยว ..บอกตามตรงว่าชอบการตั้งทุ่นแบบนี้ จริงอยู่อาจจะดูเวิ้งว้างเพราะไม่ได้เป็นทุ่นระหว่างทางยาว ๆ แบบบางงาน แต่ทุ่นแบบนี้ทำให้ไม่งงระหว่างว่าย

โอ๊ะ .. แวะเข้าห้องน้ำอีกหนึ่งครั้ง ก่อนลงไปว่ายวอร์ม ..จริง ๆ ก็ไม่ได้เรียกว่าว่ายวอร์มหรอก เพราะลง sprint กว่าจะปล่อยตัวตั้ง 7 โมง แต่จุดประสงค์คือคอยฟังว่ามีใครเจอแมงกะพรุนหรือเปล่า 😛

ระยะ OD ปล่อยตัวก่อนครึ่งชั่วโมง เห็นได้ชัดว่าต้องฝ่าคลื่นออกไป มีคนว่ายกลับมาที่ฝั่งด้วย .. รอเวลาปล่อยตัวของตัวเอง ยืนทำสมาธิ ทบทวนทุกขั้นตอนในหัว ทบทวนว่าต้องดูอะไร ขึ้นจากน้ำมาต้องทำอะไร เรื่องการแข่งขันลืมมันไป ชั้นมาทำให้ดีที่สุดในวันนี้ .. ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไม่ได้ตื่นเต้นหรือผวาก่อนลงน้ำเหมือนทุก ๆ ครั้ง เป็นการลงว่ายที่ใจสงบและมีสมาธิที่สุด

ว่ายน้ำ

3..2..1 Go .. ว่ายออกตัวได้ดี จ้วงได้ แต่ต้องฝ่าคลื่นพอดู กินน้ำเข้าไปเยอะอยู่ เลยพยายามหาจังหวะช่วงโดนคลื่นยกตัวแล้วค่อยยกหัวดูทุ่นเหลือง บางจังหวะยังคงต้องใช้กบช่วยบ้าง เพื่อเล็งทุ่นชัด ๆ คราวนี้ไม่ค่อยแพนิกกับคนเช่นเคย รู้สึกว่ายได้อย่างใจนึก

เลี้ยวขวาที่ทุ่นแรก ยังคงลุยต่อ มีโดนเตะที่ข้อมือซ้ายบ้าง เลยต้องหยุดเช็คนาฬิกาและ Mio HRM ที่ใส่ไว้ บางครั้งมีสายหลุดก็ต้องติดใหม่ แต่ที่ห่วงคือชิพที่ข้อเท้า กลัวว่าจะหลุด เพราะครั้งนี้ลืมเอาเข็มกลัดมาติดป้องกันเพิ่ม (ปกติจะมีแจกมาในถุงแต่งานนี้ดันไม่มี)

ช่วงขนานฝั่ง คลื่นยิ่งแรง ขึ้นมาหายใจลำบากมาก ดีที่ทางผู้จัดหดระยะลงมาเหลือ 150 เมตร (จริง ๆ จะได้ตามนี้หรือเปล่าไม่รู้) ช่วงขนานคลื่นแรงกว่าช่วงที่ทดสอบตอนว่ายวอร์ม และเล็งไว้แล้วว่าถ้าพลาดทุ่นเหลืองและธงส้ม ต้องเล็งประภาคารสีขาวที่อยู่บนเขา .. ตอนว่ายก็เลยเล็งสามจุดนี้เป็นหลัก

เลี้ยวขวาสุดท้ายเพื่อกลับเข้าฝั่ง ตอนนี้คือปล่อยไหลตามคลื่นอย่างเดียว แต่ก็ขึ้นมาดูจุดปล่อยตัวและธงเขียวอยู่บ่อย ไม่อยากพลาดเป้า คิดในใจวันนี้ว่ายดี แต่เวลาที่ออกมาไม่ดีอย่างที่คิด

Swim เวลา 20:13 นาที / Category 12/44

T1 วิ่งขึ้นหาดมา .. วิ่งตามทางมาที่ aisle ของตัวเอง

โยนทุกอย่าง เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจะเอานาฬิกาแปะจักรยาน รีบถอดรีบแปะจักรยาน (แอบโมโหนิดหน่อยที่ต้องเสียเวลา) ใส่ bib ใส่แว่นกันแดด ใส่หมวกจักรยาน หยิบจักรยานออกวิ่ง … และมาติดคนที่กำลังเดินจูงจักรยานออกจาก transition

เมื่อก่อนเคยโมโหฝรั่งที่ตะโกนไล่หลัง วันนี้รู้ซึ้งว่าทุกวินาทีมีค่า .. สุดท้าย ก็ต้องหาจังหวะแซงแถวออกมา วิ่งขึ้นนิดนึงก่อน mount จักรยาน กด lap ที่นาฬิกาเพื่อเข้าสู่จักรยาน.. ช่วงใส่รองเท้ามีทรงตัวพลาดเกือบล้มแต่แก้สถานการณ์ไว้ได้ รู้สึกว่ารอดมาหนึ่งจุด ..

T1 = 1:41 นาที

ปั่น

เลี้ยวซ้ายออกจากโรงแรมเป็นถนนปูนขึ้นเนินซึม ๆ ยาว ขากดไปเรื่อย HR ขึ้นสูงดูเลขแล้ว 160+ แต่ไม่สนใจ ปั่นต่อ ขาขึ้นคือทีของเรา ไล่เก็บมาเรื่อย ๆ กลับตัวออกถนนด้านนอก ยังคงเนินขึ้นซึม ๆ ระหว่างนี้มีจิบน้ำเล็กน้อย

ผ่านมา 5 km เริ่มลงเนิน หลังจากเลี้ยวก็ยังเป็นทางลาดลง ก็ใส่ต่อ แต่ช่วงนี้สั้น เพราะจะมีหักโค้งอีกสองครั้ง เลยยั้งไว้บ้าง

หลังจากพ้นโค้งที่สาม จะเริ่มเข้าทางตรงอีกครั้ง เลยกลับมาใส่ใหม่ เพราะนี่คือเนินขึ้นลูกสุดท้ายก่อนกลับตัว ระหว่างนี้ไม่ได้ดู HR ยังคงดูที่การหายใจและขาที่คิดว่ายังไหว .. เข้าสู่ช่วงกลับตัวเร็วกว่าที่คิด ตอนแรกนึกว่าต้องถึงทางที่เป็นวงเวียน แต่ผู้จัดให้กลับตัวก่อน ทางกลับตัวค่อนข้างแคบ เลยต้องชะลอจนเกือบจะหยุดเพื่อกลับตัว

กลับตัวมาขึ้นเนินอีกครั้ง ได้ยินเสียงเอี้ยน (ทีมไตรบูลเล็ท) ตะโกนสู้ ๆ ..ช่วงนี้ไม่รู้มือไปโดนปุ่ม lap หรืออย่างไร นาฬิกาโชว์ T2 แอบลนนิดหน่อย stat พลาด ไม่มีเวลาดู แต่ช่างมัน เมื่อก่อนก็ไม่เคยดู เลยปั่นแบบไม่สนใจเวลา

รอจนสองเลี้ยวหักอีกครั้ง พอเข้าช่วงถนนทางแคบซึ่งมีระยะแค่หนึ่งกิโลเลยหยิบ GU Gel มากิน ระหว่างแกะได้ยินเสียงพี่ฮิมตะโกนมาจากด้านขวา หันไปเห็นว่าอยู่บนมอเตอร์ไซค์ อ้าวเฮ้ย ล้มเหรอ เป็นอะไรมากหรือเปล่าเนี่ย

เลี้ยวขวาเข้าทางตรงขึ้นเนิน เริ่มเผื่อแรงไม่อยากอัดมาก เพราะนี่คือเนินสุดท้ายก่อนจะกลับตัวแล้วลงเนินยาว ๆ คิดในใจระวังแค่หินอย่าให้ยางแตกเป็นพอ อันนี้คือโค้งสุดท้ายแล้ว .. ก่อนลงทางชันสุดท้าย รีบถอดรองเท้าเตรียมลงจักรยาน .. ได้ยินเสียงเชียร์จากพี่อุ้ยด้านซ้ายมือ เห็นน้อง ๆ ทีมไตรบูลเล็ทวิ่งสวนขึ้นมา (อืมม.. แสดงว่าแซงมาด้านหน้า ๆ ละ แล้วเป้าชั้นอยู่ไหน)

dismount จักรยาน เสียเวลาหมุนขาจักรยานให้ขนานพื้นนิดหน่อย ปกติจะใช้ยกเบาะแล้ววิ่ง แต่รอบนี้กว่าจะถึง transition เป็นทางยาวพิเศษ เลยตัดสินใจปรับให้ขาขนานกับพื้นจะได้วิ่งได้ถนัดดีกว่า

Bike 36 นาที / Category 2/44

แต่พอเลี้ยวเข้า Transition เท่านั้นแหละ ติดขบวนจักรยานที่พร้อมใจกันเดินอยู่ด้านหน้า ..โว้ย ชั้นรีบ เหลือบมองที่เท้า เออ.. เข้าใจว่าใส่รองเท้าอยู่ แต่เร็วกว่านี้ได้มั๊ย

สุดท้ายเลยต้องตะโกนให้รีบกันหน่อย แต่มั่นใจว่าไม่ฟัง (เพราะเมื่อก่อนฮั้วก็ไม่ฟัง 555) ด้วยความลนและใจก็รีบ .. เมื่อมาถึง area ของตัวเอง เสียบจักรยานหันเข้า ลืมถอดนาฬิกาจากจักรยาน โว้ยยยย

ถอดหมวกจักรยาน ใส่หมวกวิ่ง (ผิดขั้นตอน ลกจริง ๆ) ใส่รองเท้า .. โว้ยยยย

ใส่รองเท้าไม่เข้า ติดลิ้นรองเท้า จัดการด้านขวา ด้านซ้ายก็ติด ต้องยอมนั่งคุกเข่า ถอดรองเท้าออกมาแล้วใส่ใหม่ เสียเวลาอย่างต่ำกับ T2 น่าจะประมาณ 1 นาที โมโหตัวเองมากกกกก

T2 = 2:26 นาที

วิ่ง

วิ่งออกมาด้วยความลกและลน แต่พยายามตั้งสติแต่ด้วยความร้อน ด้วยความเหนื่อย ด้วยอะไรก็แล้วแต่ หายใจหอบมาก บวกกับต้องขึ้นทางชันขึ้นไปอีก ยิ่งพยายามเร่งก็ยิ่งเหนื่อย .. ชะลอหยุดกินน้ำที่ซุ้มแรก ประมาณ 1 km แรก แล้ววิ่งต่อ .. แผนที่คิดไว้ตอนแรกคือ อยากวิ่ง 5:00 – 5:15 แต่รู้ตัวว่าวิ่งไม่ได้อย่างใจคิด ความเร็วเริ่มตก เสียงหายใจหอบดังมาก ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้วิ่งเร็ว เลยต้องผ่อนลงนิดหน่อย

วิ่งผ่านชาวบ้านยังแอบคิด ไม่ต้องทัก ไม่ต้องเชียร์มาก ขี้เกียจทักตอบ คือหายใจก็จะไม่ทันแล้ววววว .. แต่ก็เป็นแค่แอบคิด เอาเข้าจริง ก็ต้องยิ้มแล้วพูดขอบคุณค่ะตลอดทาง

วิ่งผ่านโค้ชกระสุน โดนแซวว่ามัวแต่กินคาร์บ กินขนมก็หนักอย่างนี้ล่ะ (หึ ชั้นจะกลับมาซ้อม คอยดูสิ)

Run 27:12 นาที / Category 2/44

จบงานนี้ด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 27 นาที ได้อันดับที่ 2 ในกลุ่มอายุ 30-39 ปี

การมาแข่งแบบไม่ได้ซ้อมนี่มันไม่ฟินเลย .. เหนื่อยและหนักมาก .. คิดในใจอย่าทำแบบนี้อีกนะ .. ฮั้ว!!!!

บทสรุปของงาน ISUZU Roboman 2016 ยังมอบความประทับใจให้กับฮั้วอีกครั้ง ชายหาดสะอาด ทางปั่นสนุกมาก ทางวิ่งก็มีกำลังใจล้นหลาม เพราะมีชาวบ้านออกมาเชียร์กันเต็มถนน .. โดยเฉพาะอาหารหลังแข่งนี่อร่อยมาก .. จัดคราวหน้าฮั้วจะไม่พลาดอีกเช่นเคย ^_^

About Hua Runner-Blogger (103 Articles)
นักวิ่งสายอุปกรณ์ดีเด่น ไม่จัดเต็มวิ่งไม่ออก กำลังสนใจจะ Go Tri

Leave a comment

Your email address will not be published.


*