Pattana Triathlon 2016 – Sprint Distance

วันแข่ง 15 พฤษภาคม 2559

งานนี้เป็นงาน sprint งานแรกเมื่อปีที่แล้ว (รีวิวเดิม : Pattana Triathlon 2015) เลยตั้งใจว่าจะลงอีกครั้งเพราะอยากจะทดสอบตัวเองว่าจะทำเวลาได้ดีกว่าปีที่แล้วขนาดไหน และส่วนตัวก็ชอบเส้นทางปั่นที่นี่มาก แต่ปีนี้เวลาผิดพลาดไปหน่อยเพราะดันไปลง Ironman 70.3 ดานังไว้ (รีวิว IM70.3 Danang) ซึ่งทำให้เหลือเวลา recovery ก่อนมาแข่งที่นี่เพียงแค่สัปดาห์เดียว

วันเสาร์ก่อนแข่งก็แอบนอยด์นิดหน่อย คิดทบทวนขั้นตอนว่าต้องทำอะไรก่อนหลังในระหว่างแข่ง ยังกลัวการว่ายน้ำเหมือนเดิม กลัวยางแตก กลัวยางแบน คิดอยากลองการใส่รองเท้าบนจักรยานอย่างที่เคยซ้อมมาตอนงานชะอำ (ซึ่งแทบไม่ได้ซ้อมอีกเลย แอบกลัวล้ม) แถมจุด transition ก็เปลี่ยน ซึ่งพอ mount จักรยานปุ๊บมีระยะทางประมาณ 100 เมตรแล้วไต่ขึ้นเนินเลย ซึ่งก็กลัวจะใส่รองเท้าไม่ทัน .. ความกลัวครอบคลุมจิตใจมาก ๆ

ตั้งใจฟังบรีฟมากๆ

ตั้งใจฟังบรีฟมากๆ

เช้าวันแข่งรีบตื่น กินข้าวตอนตีห้า (scramble ขนมปังทาเนยสองแผ่น ไส้กรอก 1 แฮม 1 น้ำส้ม 2 แก้วเล็ก) แล้วรีบไปวางของที่ Transition กะว่าจะเอาจักรยานไปเช็คเบรกหน้าอีกที เพราะได้ยินเสียงแปลก ๆ .. แต่พอลองมาปรับ ๆ เอง เสียงก็หายไป เลยไม่ได้เอาเข้าเช็คอีกครั้ง

เอาจักรยานขึ้นแขวน เช็คเบรกและยางอีกที ใส่น้ำในตอร์ปิโด รองเท้าจักรยานติดที่คลีต (เอาวะ ลองให้มันรู้กัน ทบทวนขั้นตอนอีกครั้ง) วางหมวก ป้าย bib เจลและแว่น รองเท้าวิ่ง ถุงเท้า เจล (เผื่อ) .. ระยะ sprint มันก็ดีแบบนี้ไม่ต้องเตรียมของเยอะ แล้วรีบไป body marking .. ไปเช็คเส้นทางและขั้นตอนว่าต้องทำอะไรบ้าง จินตนาการทุกขั้นตอนเอาไว้ในหัว

เช้านี้เข้าห้องน้ำบ่อยมาก คือก่อนออกจากห้องก็รอบนึง มาที่สนามก็อีกสองรอบ แอบหวั่นว่าจะปวดตอนแข่งหรือเปล่า.. กินเจลก่อนลงน้ำไปหนึ่งซอง.. การแข่งครั้งนี้ไม่มีแผนใด ๆ จากโค้ช Simon เพราะไม่ได้บอกเค้าว่าจะลงงานนี้ .. ครั้งนี้เลยเป็นการแข่งแบบตามใจตัวเองสุด ๆ

การว่ายน้ำ 

เสียงหวูดปล่อยตัว .. ภาพที่คิดไว้ กระโดดลงน้ำสวยงาม .. ภาพจริง กระโดดจ๋อมลงน้ำ (แหะ ๆ ยังกระโดดน้ำไม่เป็น)

เอ้า ว่าย ๆ ๆ ๆ สโตรคเร็วมาก หัวใจพุ่งปรี๊ด ตาย ๆ ๆ ๆ .. กลับเข้ากบสิจ๊ะ .. พอตั้งสติได้หลังจากกบไปซักพัก ก็กลับมาฟรีสไตล์ หายใจขวา พยายามมองทุ่นด้านข้าง ๆ แต่รู้สึกตัวว่าว่ายเบี้ยว เลยต้องเงยขึ้นมามองทุ่นใหญ่บ้าง ช่วงแรก ๆ เหมือนยังไม่เข้าจังหวะ ว่ายไม่ค่อยดีและต้องสลับกบบ้างเป็นบางครั้งเพื่อดึงหัวใจลงมา

พอช่วงกลับตัวก็รู้สึกว่าว่ายได้จังหวะมากขึ้น ช่วงนี้ไม่มองทุ่นด้านขวาแล้วเพราะแสงอาทิตย์ส่องตา เลยมองทุ่นและเสาไฟฟ้าด้านหน้าตลอด นึกในใจว่าเมื่อไหร่จะถึงวะ แม้ไม่ได้มองเวลาแต่รู้ว่าเวลาว่ายน้ำช้ากว่าที่คิด เพราะไม่ไหลอย่างเคย

ถึงแม้ว่าจุดประสงค์หลักคือการมาแข่งกับเวลาตัวเองเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็คิดว่าตัวเองมีลุ้นและรู้ตัวว่าเป้าหมายแต่ละคนมีภาษีด้านการว่ายดีกว่าฮั้ว หลัก ๆ คือจะตามแต่ละคนทันที่ช่วงไหน .. ขึ้นจากน้ำ 750 เมตร เวลา 17.51 นาที

วิ่งเข้า Transition ถอดแว่น ถอดหมวก.. ใส่แว่น ใส่บิบ ใส่หมวก จูงจักรยานมาที่จุด mount เอาละ ห้ามล้มนะเฟ้ย .. ได้ยินเสียงโค้ชกระสุนตะโกนบอก “ตั้งสติ ค่อย ๆ ทำ” .. ขึ้นจักรยาน ใส่ซ้าย แปะ ใส่ขวา แปะ .. ทันเว้ยเฮ้ย ถึงแม้จะยังไม่ใส่เพอร์เฟ็คแต่ก็ปั่นได้แหละ .. ปีนเนิน เปลี่ยนจานหน้า ถึงเวลาจัดเต็ม !!! T1 – 56 วินาที

การปั่น

เลี้ยวซ้ายออกจากรีสอร์ท พยายามวอร์มไปเล็กน้อย (แต่เกียร์หนัก) ยังไม่เร่งมาก แต่เห็นแล้วว่า HR แตะ 155 ซึ่งสูงกว่าปกติ นึกในใจว่าเอาน่ะแค่ 20 km ขอลองใส่เต็มที่ก่อน ค่อย ๆ เร่งขึ้นมาเรื่อย ๆ หายใจเร็วตลอด มองนาฬิกาอยู่ 157 – 164 bpm เริ่มแซงคนหน้ามาเรื่อย ๆ

เจอเนินก็ยิ่งอัด ต้องการเก็บคนข้างหน้าให้มากที่สุด AV เฉลี่ยจากการ์มินช่วง 10 km แรก อยู่ 34++ ใกล้ ๆ กลับตัว เห็นกลุ่มองค์ภาฯ ผ่านไป คิดในใจว่าน่าจะตามทัน แต่พอกลับตัวแล้ว อาการล้าต้นขาจากการใส่มาตลอดเริ่มออกอาการ เลยต้องยอมผ่อนลงบ้าง เดี๋ยวจะไม่เหลือมาวิ่ง เพราะสุดท้ายแล้วไตรกีฬาคือกีฬาสามอย่าง

ในตอนปั่น แทบจะไม่เห็นใครในรุ่นเลย  .. ใจเริ่มตก คิดว่าคงโดนทิ้งห่างเยอะช่วงว่ายน้ำ เลยทำให้ตามตอนปั่นไม่ทัน แต่ตั้งสติว่า “เอาวะ เราก็ทำให้ดีที่สุด อาจจะไปเจอตอนวิ่งก็ได้”

ช่วงขากลับพักกินเจลเติมพลังเพิ่ม ขาพยายามเบาลงตอนขึ้นเนิน แต่พยายามกดใส่ตอนลงเนิน ต้นขามีอาการดีขึ้น ไม่ตึง ไม่ล้าเหมือนแรก ๆ และถ้าเห็นใครอยู่ข้างหน้าก็ยังพยายามเก็บมาเรื่อย ๆ ใช้เป็นแรงใจทำให้ตัวเองไม่หยุด

เมื่อใกล้กลับเข้ารีสอร์ท เริ่มถอดรองเท้า เตรียมเข้าสู่ transition ..เวลาจักรยาน 20 km ที่ 38.45 นาที

dismount จักรยาน จูงจักรยานกลับเข้า transition .. ถอดหมวกจักรยาน ใส่ถุงเท้า ใส่รองเท้าวิ่ง หยิบเจล .. Go ..เวลา T2 – 55 วินาที

การวิ่ง 

คอร์สวิ่งปีนี้ต่างจากปีที่แล้ว ฮั้วว่าโหดกว่า เพราะนอกจากจะเจอเนินเบา ๆ ในสนามกอล์ฟที่ต้องเจออยู่แล้ว ก็เจอเนินลูกแรกตั้งแต่ออกจาก transition เลยทีเดียว เป็นเส้นทางของระยะ standard ปีที่แล้วที่ค่อนข้างดูดพลังพอดู

วิ่งออกมาได้ยินเสียงเอทีมไตรบูลเล็ทตะโกน “เจ้าแม่มาแล้ว” .. ฮั้วหันไปยิ้มให้เล็กน้อย ทั้ง ๆ ที่ในใจโคตรเหนื่อยเลย ใส่สปีดวิ่งขึ้นเนินทั้ง ๆ ที่ต้นขาเมื่อยมาก ๆ แต่แอบเห็นน้ำทีม 349 รอถ่ายรูปอยู่ เลยไม่กล้าเดิน .. พอพ้นเนินชันแรก ก็ยังมีเนินซึม ๆ ยาวอีก และเห็นกลุ่มองค์ภาฯ อยู่ข้างหน้าห่างไปประมาณ 500 เมตร

ใจนึงก็คิดว่าผ่อนลงเถอะ หายใจแบบนี้ นี่มันหอบแล้ว เหนื่อยมาก ๆ แต่อีกใจนึงก็พยายามไม่หยุด แค่ 5 กิโลเอง ตอน 21 กิโล ชั้นยังวิ่งได้ แค่นี้จะมายอมแพ้ได้ยังไง .. มองกลุ่มท่านวิ่งอยู่ไกล ๆ คิดในใจอย่าเพิ่งเร่ง นี่เพิ่งกิโลแรก รับรองว่าตามทัน ใจเย็น ๆ ฮั้ว

หลังจากค่อย ๆ ไล่เสต็ป สุดท้ายก็ตามกลุ่มทันในกิโล 2 กว่า ๆ แต่วิ่งตามซักพัก กลับคิดคำพูดไม่ออก ไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรเพื่อจะขอแซง หรือไม่ควรแซง ควรจะทักพี่ช้างไหมนะ แล้วถ้าทักพี่ช้างแต่ไม่ทักพระองค์ท่าน แล้วจะยังไง แล้วตอนแซงต้องยังไงหว่า ต้องถอนสายบัวมั๊ย พยักหน้าหรือยิ้มจะควรไหม ..

จนสุดท้ายก็โพล่งออกไปว่า “เอ่อ ขอโทษนะคะ” .. เมื่อเหล่าองครักษ์ได้ยิน ก็เลยแหวกทางให้ อารามตกใจ ก็เลยวิ่งแซงท่านไปอย่างเงียบ ๆ .. คิดมาซะเยอะ ไม่ได้ทำซักอย่าง (แอบดีใจ ได้ใกล้ชิดท่านแบบหายใจรดต้นคอเลย) ^_^

เนื่องจากวิ่งในสนามกอล์ฟซึ่งลดเลี้ยวไปมา จึงทำให้พอมองเห็นว่าใครวิ่งอยู่ข้างหน้าเราบ้าง นอกจากกลุ่มพระองค์ท่านแล้ว ก็เห็นน้องมายด์จากไตรบูลเล็ท .. วิ่งมา 3 กิโลกว่า ๆ จึงตามน้องมายด์ทัน หันไปให้กำลังใจว่าสู้ ๆ แล้วก็สอดส่ายสายตามองหาเป้าหมายต่อ .. กิโลสี่ เริ่มมั่นใจแล้วว่าไม่น่าจะมีใครอยู่ข้างหน้า เพราะมองไม่เห็นใครเลย เลยวิ่งอย่างไร้กังวล แต่ก็ไม่ผ่อนลง มองนาฬิกา เวลาดีขึ้นกว่าปีที่แล้วแน่นอน แต่สุดท้ายเวลารวมจะคือเท่าไหร่

เลี้ยวโค้งสุดท้ายเข้าสเตเดี้ยมเพื่อเข้าเส้นชัย .. ปีที่แล้วเป็นการเข้าเส้นชัยที่เงียบมาก ไม่มีเพื่อน ๆ รออยู่ เข้าเส้นมาแบบงง ๆ แต่ปีนี้มีน้ำกับไนท์ที่มั่นใจว่าพวกเค้ามารอดีใจด้วยแล้วแน่ ๆ .. ช่วงวิ่งเข้าเส้นมันเงียบสงบ ไม่มีใครอยู่ข้างหน้า ไม่มีใครอยู่ข้างหลัง ฮั้วเพียงแค่ไม่หยุด ไม่สนละว่าสุดท้ายแล้วได้ที่เท่าไหร่ แต่ชั้นทำได้แล้ว เวลาดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว วันนี้ทำดีที่สุดแล้ว!!

สถิติเปรียบเทียบ

Swim (750 m) : Y2015 – 19:22 min / Y2016 – 17:51 min
T1 : Y2015 – 2:00 min / Y2016 – 0:56 min
Bike (20 km) : Y2015 – 38:52 min / Y2016 – 38:45 min
T2 : Y2015 – 1:56 min / Y2016 – 0:55 min
Run (5 km) : Y2015 – 25:55 min / Y2016 – 27.49 min (ตามการ์มินปีที่แล้วระยะ 4.7 km ปีนี้ 5.2 km)

Total Time : Y2015 – 1:28:08 Hr / Y2016 – 1:26:18 Hr
Y2016 Overall: 11th of 100 / Division: 2nd of 27 / Group: 1st of 11

ขอขอบคุณแรงใจจากทีม 349 Running Club .. น้ำและไนท์ที่เดินทางมาตอนเช้าเพื่อมาเชียร์เพื่อน ๆ และเก็บภาพให้ แรงใจมาเต็มมากกว่าปีที่แล้วเยอะเลย .. ขอบคุณโน๊ตที่ซื้อกาวตาช้างมาแปะที่รองแขนให้ .. ขอบคุณน้องปิงที่ซื้อน้ำมาฝากเพื่อน ๆ .. ขอบคุณเจ๋อและนุ่นที่เดินทางมาด้วยกัน .. ขอบคุณโค้ชกระสุน และทีมไตรบูลเล็ทสำหรับเสียงเชียร์ กำลังใจ และภาพถ่าย .. ขอบคุณเป้าหมายทุกคนที่ช่วยทำให้ฮั้วไม่หยุดก้าวในวันนี้

Thanks AMA Events to invite me back to this event and organize such a wonderful race and beautiful course. See you again next year.

Thanks Simon Agoston to train me well

About Hua Runner-Blogger (103 Articles)
นักวิ่งสายอุปกรณ์ดีเด่น ไม่จัดเต็มวิ่งไม่ออก กำลังสนใจจะ Go Tri

Leave a comment

Your email address will not be published.


*