Challenge Nakorn Nayok 2017 (Olympic Distance)

งานค่าย Challenge Family กับสนามแบบเรียบ ปิดถนน 100%

วันแข่ง 25 มิ.ย. 2560

สำหรับไตรกีฬาระยะยาวแบบระยะ 70.3 ไมล์เป็นต้นไป จะมีสองค่ายยักษ์ใหญ่ที่จัด คือ ค่าย IRONMAN กับ ค่าย Challenge .. ฮั้วเคยลงระยะ 70.3 กับค่าย Challenge มาแล้วที่เวียดนาม อ่านได้ที่นี่ Challenge Vietnam 2016 (Nha Trang) 

งานนี้เกิดจากการที่คุยกับโค้ชกระสุนว่าเริ่มเหนื่อยกับการซ้อมระยะ 70.3 และรู้สึกว่าความเร็วที่เคยมีมันหายไป ซึ่งโค้ชตอบมาว่าให้มาปูพื้นฐานกันใหม่กับระยะสั้น ๆ ซึ่งโค้ชเชื่อว่าฮั้วสามารถจบระยะ OD ที่ 2.45 ชั่วโมงได้ .. เหวอมาก เพราะปกติจะอยู่ที่ 3 ชั่วโมงต้น ๆ เอาวะ อยากลองดู!! 

จึงเป็นที่มาของ Sprint งาน Roboman 2017 (Sprint Distance) เมื่อต้นเดือนมิ.ย. (ซึ่งแอบขัดใจนิดหน่อย เพราะระยะปั่นเกินมา) รอบนี้ฮั้วจึงมาทดสอบกับระยะว่าย 1.5 km ปั่น 40 km วิ่ง 10 km และงานไหนจะได้ทดสอบความสามารถกับระยะทางมาตรฐานได้เหมาะสมไปกว่างานระดับโลกอย่างค่าย Challenge Family

ช่วงจบงาน Roboman นี่งานฮั้วนรกมาก หาเวลาซ้อมยากมาก แต่ก็พยายามสลับทำตามตารางซ้อม ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ทำเอาหดหู่ใจเล็กน้อยเพราะอยากจะแข่งให้ได้ดี และอีกทั้งระยะ OD (Olympic Distance) เป็นระยะที่ฮั้วลงน้อยมาก และมีเหตุตลอดทำให้ไม่เคยได้เวลาต่ำกว่า 3 ชั่วโมงเลย

  1. ชะอำไตร มี.ค. 2558 จบที่ 3 ชั่วโมง 13 นาที Amarin Outdoor Unlimited International Triathlon 2015
  2. กรุงเทพไตร ก.ค. 2558 วิ่งไปได้ 8.5 km แต่โดน cut-off ก่อนเพราะต้องเปิดการจราจร
  3. พัทยาไตร ก.ย. 2558 จบที่ 3 ชั่วโมง 16 นาที ได้ที่ 4 ของรุ่นอายุ
  4. ชะอำไตร มี.ค. 2559 วิ่งจนจบแต่ DNF เพราะขอขึ้นจากน้ำเพราะโดนแมงกะพรุน Amarin Outdoor Unlimited International Triathlon 2016

ครั้งนี้เป็น OD ครั้งที่ 5 และร้างลาระยะนี้มา 1 ปีกว่า ..

วันฟังบรีฟเอาจักรยานมาฝาก ได้เห็นบริเวณที่แขวนจักรยานมีพื้นที่มากกว่างานอื่นๆ ทำให้การแขวนไม่แออัดและวางของสบายๆ หลังจากกินอาหารที่ผู้จัดเตรียมให้ก็รีบกลับที่พัก คิดไว้ว่าจะนอนให้เต็มอิ่มเลยเชียว

แต่ตื่นเต้นจัด นอนหลับตาแต่ใจไม่ยอมหลับด้วย คิดโน่นคิดนี่ จะล้มใน transition ไหมนะ ว่ายน้ำจะรอดไหมนะ ปั่นจะล้มไหมนะ วิ่งจะได้ตามหวังหรือเปล่า พลิกไปพลิกมาเกือบตีสาม จึงผลอยหลับไป แต่ต้องตื่น 4.30 น. เพราะต้องขับรถมาส่งเพื่อนที่ลงระยะ 70.3 ซึ่งปล่อยตัว 6.30 น. คิดในใจ .. เอาวะ มาหาที่นอนแถว ๆ งานนี่แหละ

แต่ได้ทำมั๊ย?!? ไม่เลย มัวแต่วิ่งเชียร์คนโน้นทีคนนี้ที ถ่ายรูปเพื่อน ๆ ที่กำลังแข่ง รู้ตัวอีกที 8 โมงเช้า ซึ่งเป็นเวลาที่ต้องไปเตรียม Transition ของระยะ OD .. ก็รีบ ๆ เข้าไปจัดของ .. พร้อมเดินสำรวจทิศทางว่าต้องวิ่งจากไหนไปไหน คิดขั้นตอนว่าต้องทำอะไรก่อนหลังใน Transition แล้วก็เดินออกมาหาของกินเพิ่มพลัง

แผนการแข่ง 

โค้ชให้แผนคร่าว ๆ ว่าตอนว่ายน้ำให้ว่ายตามสโตรกของเรา เน้นว่ายสม่ำเสมอ .. ตอนปั่น ให้คุมรอบขา 80-90 ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ .. ตอนวิ่ง ให้วิ่งช้ากว่าเพซเป้าหมายเล็กน้อยช่วงกิโลแรก ๆ แล้วค่อยกลับสู่เพซเป้าหมาย .. เรื่องความร้อนก็แนะให้แวะทุกซุ้มน้ำ  .. เครื่องดื่มและพลังงาน เติมให้ตรงเวลา (เหลือดีกว่าขาด) .. สุดท้าย เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำมา และสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง

ในแผนเรื่องพลังงาน .. ฮั้วจะกินเจล 1 ซองก่อนว่ายน้ำ 15 นาที .. เอาเจล 1 ซองและเกลือแร่ 1 เม็ด ผสมน้ำใส่กระติกน้ำ และติดเจลไปกับจักรยานอีก 3 ซอง กะว่าจะกินช่วงปั่น .. ช่วงวิ่ง เตรียมเจล 2 ซอง .. ครั้งนี้เตรียมเจลมากกว่าทุกครั้งที่แข่ง OD แต่อย่างที่โค้ชว่า “เหลือดีกว่าขาด” และฮั้วก็เคยเจอประสบการณ์การขาดพลังงานมาแล้ว และครั้งนี้จะไม่พลาดอีก

งานนี้ปล่อยตัว 10 โมง ซึ่งแน่นอนต้องทำใจรับเรื่องความร้อนให้ได้ ซึ่งฮั้วรู้ตัวว่าหลัง ๆ จะมีปัญหากับจุดนี้ งานนี้เลยเตรียมทริคมาเต็มที่เพื่อให้ผ่านไปได้

ว่าย 

ก่อนปล่อยตัว ตื่นเต้นและกลัวมากซึ่งเป็นเรื่องปกติของฮั้ว หน้าจะซีด ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเอาตัวรอดได้ เคยผ่านมาแล้ว แต่ก็จะแพนิคทุกครั้ง .. สิ่งที่ทำได้คือ นั่งเงียบ ๆ พยายามคุมสติให้นิ่งมากที่สุด .. กินเจล 1 ซองก่อนลงว่าย

พอได้ยินเสียงสัญญาณปล่อยตัว ก็กระโจนลงน้ำ จ้วง ๆ ๆ ไป เงยหน้าขึ้นมาอีกที อ้าว คนเค้าว่ายไปข้างหน้าหมดเลย เฮ้ย นี่เราว่ายช้าขนาดนี้เหรอเนี่ย .. แต่ก็ดี จะได้มีพื้นที่ในการว่ายของตัวเอง เลยคุมสติและการหายใจให้เข้าที่ เริ่มว่ายได้ตามจังหวะตัวเอง พอใกล้ทุ่นก็บีบวงเพื่อจะได้เลี้ยวได้ง่าย

พอว่ายเข้าจังหวะก็รู้สึกว่าว่ายได้ดี ดึงน้ำดี ตัวไหล ไม่หลงทิศ เพราะมองทุ่นใหญ่ตลอด .. ขึ้นรอบสองยิ่งรู้สึกว่าว่ายได้จังหวะ ไม่ได้เร่งแต่ก็ไม่ได้ว่ายสบาย

ช่วงใกล้ขึ้นจากน้ำจะเกิดอาการกลัวอีกครั้ง เพราะต้องเหยียบพื้น แต่พยายามว่ายให้ใกล้ฝั่งที่สุดจะได้ไม่ต้องเหยียบเยอะ แล้วก็ตะกายตัวขึ้นจากน้ำ แต่ไม่เร่งวิ่งขึ้นเพราะตรงนี้ค่อนข้างลื่น เอาปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า

ถอดแว่น ถอดหมวกว่ายน้ำ กด lap ที่นาฬิกา แล้ววิ่งไปที่จุดจอดจักรยาน

เวลาว่ายน้ำ 37.10 นาที .. ดูนาฬิกา ทำไมว่ายช้าจัง 🙁

T1 – วิ่งวนเข้าจุดจอดจักรยานของตัวเอง .. วางของ .. ใส่แว่นกันแดด ใส่หมวก ใส่บิบ หยิบเจล .. จูงจักรยานไปที่จุด mount on

ครั้งงาน Roboman ฮั้วไม่สามารถใส่รองเท้าบนจักรยานได้ เพราะตำแหน่งรถเปลี่ยน ครั้งนี้ฮั้วซักซ้อมมาอย่างดี แต่ยังมีแอบไม่แน่ใจเล็กน้อย แต่ก็คิดว่าถ้าไม่รีบร้อน ก็น่าจะทำได้

ก้าวขึ้นจักรยาน ถีบตัวออก มีเป๋เล็กน้อยแต่ก็ทรงตัวได้ ใส่รองเท้า เอานาฬิกาแปะที่จักรยาน รอดเว้ยเห้ย .. ลุยล่ะนะ

ปั่น

ตามโจทย์ที่ได้คือให้ปั่นรอบขาประมาณ 80-90 rpm ตามสถานการณ์ .. ออกตัวไปซักพัก ฮั้วยังไม่เติมเจล แต่กินน้ำในกระติกที่เตรียมมา ซึ่งมีผสมเจลและเกลือแร่อยู่แล้ว (ปกติจะไม่ค่อยกินเกลือแร่กับระยะนี้ แต่เนื่องจากวันนี้ปล่อยตัวสาย มีเรื่องความร้อน เลยต้องคำนึงถึงการเสียเหงื่อมากเป็นพิเศษ)

ปั่นไปประมาณ 5 km เข้าช่วงทางสนามกอล์ฟที่เป็นพื้นปูน ผู้จัดทำการซ่อมหลุมเรียบร้อย ไม่ต้องห่วงเรื่องตกหลุม แต่ทางเส้นนี้ก็ยังไม่เรียกว่าราบเรียบอยู่ดี ปั่นไป หัวกระดอนไป และเป็นจังหวะที่กระติกน้ำเลื่อนออกมาชนปุ่มของจักรยานทำให้เปลี่ยนโหมดเป็น T2

กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เลยไปซักระยะ เหลือบมองนาฬิกา อ้าว ดูข้อมูลอะไรไม่ได้ เพราะตอนนี้บันทึกเวลาอย่างเดียว แต่เราต้องคุมรอบขานี่นา เลยกดหยุด แล้วตั้งโหมดจักรยานปั่นไป ดูเวลารวมไม่ได้แต่อย่างน้อยก็คุมรอบขาตามแผนละกัน

เข้าช่วงกิโล 10 กินเจลเติม 1 ซอง

ทางปั่นนี้มีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยจากเส้นทางที่เคยมาทดลองปั่น ซึ่งทำให้การปั่นง่ายขึ้นและไม่อันตราย ปั่นมองทางเพลิน ๆ มีแซงบ้างเล็กน้อย จนมาถึงจุดกลับตัว ซึ่งทางผู้จัดตั้งกรวยไว้สองแถว จุดประสงค์คือให้เลี้ยวระหว่างกรวยเพื่อกลับตัว แต่ฮั้วงง จะให้กลับตรงไหนจนเลยไปอันไกลสุด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็เลยเรียกว่า “เลยจุดกลับตัวแล้วคร๊าบ” … เง๊อ เสียเวลาวกกลับมาอีก ให้มันได้อย่างนี้สิ!!!

หลังจากกลับตัว ก็ปั่นคุมรอบขามาเรื่อย ๆ ไม่ได้เร่งอะไร แต่ก็ไม่ผ่อน เพราะอยากวิ่งตามที่ตั้งใจได้ ทางปิดดีมาก ปั่นสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องรถยนต์ มีแต่มาร์แชลที่ชอบมาแอบด้านหลัง

ช่วง 5 km สุดท้าย ก็เลยกินเจลเติมอีก 1 ซอง ช่วงนี้น้ำเริ่มหมดกระติก เป็นครั้งแรกที่กินจนหมด หมดก่อนถึงโรงเรียนเตรียมฯ เพราะห่วงเรื่องขาดน้ำมาก ๆ เลยจิบเรื่อย ๆ ตลอดทางปั่น จนเลี้ยวเข้าโรงเรียนเตรียมทหารฯ เลยถอดรองเท้า เตรียมเข้าสู่ T2

เวลาปั่น 1 ชั่วโมง 17 นาที

T2 – ลงจักรยาน จูงเข้าจุดจอด .. ถอดหมวกจักรยาน ใส่ถุงเท้า ใส่รองเท้าวิ่ง หยิบเจลติดตัว 2 ซอง คิดอยากกินน้ำ แต่หันไปทางวิ่งเห็นมีจุดน้ำอยู่ด้านนอก เลยตัดสินใจวิ่งออกมาก่อน ใส่หมวก

วิ่ง 

จุดสำคัญคือช่วงวิ่ง ซึ่งโค้ชให้เตรียมการณ์รับความร้อนให้ดี ซึ่งแผนที่คิดไว้สำหรับสู้กับความร้อนตอนเที่ยงคือ แวะทุกซุ้มน้ำ แก้วแรกจิบ แก้วสองราดตัว ฟองน้ำก้อนแรกใส่ตรงบ่า ก้อนสองใส่ในหมวก เปิด metronome ในนาฬิกา Garmin เพื่อคงรอบขาวิ่งไว้ที่ 180

ฮั้วมีเพซในใจที่อยากจะทำได้ ซึ่งคือวิ่งที่ 5.30 min/km แต่ยังไม่เคยทำได้เลยในการแข่ง OD ครั้งไหนๆ.. ตามคำแนะนำของโค้ชคือให้วิ่งต่ำกว่าที่กำหนดก่อน แต่รอบขามันติดมาจากปั่นเลยทำให้รอบขาวิ่งเร็วด้วย รู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่เพซ 5 ถ้วน ซึ่งต้องปรับลงมาแต่ยังคงไม่ถึง 5.30 อยู่ดี เลยเปลี่ยนแผนวิ่งตามที่วิ่งได้ แต่จะไม่ผ่อน

สนามนี้การวิ่ง 10 km แบ่งเป็น 2 ลูป .. ตอนลูปแรกไม่มีปัญหาหรอก วิ่งได้สบาย ๆ แต่พอเข้าลูปสองก็เริ่มเหนื่อย โชคดีที่เจอหมอเอก ที่วิ่งตามหลังมาติด ๆ เลยได้เพื่อนวิ่งตลอดทาง .. และบางครั้งก็ได้ยึดหมอเอกเป็นหลักไม่ให้ตัวเองหยุดเดิน

ตลอดการแข่งงานนี้ ฮั้วสนุกมาก ๆ ได้ยินเสียงเชียร์จากเพื่อน ๆ ที่มาเชียร์ ได้ยินเสียงเชียร์จากโค้ชกระสุน โดยเฉพาะการวิ่งรอบสุดท้ายที่บอกว่าให้สู้และอย่ายอมแพ้ .. ฮั้วรู้ว่าโค้ชหมายถึงไม่ให้ฮั้วยอมแพ้กับใจตัวเอง

ผลคือ ฮั้วได้ที่ 1 รุ่นอายุ และได้ที่ 4 ของผู้หญิงทั้งหมด กับเวลา New PB ของระยะ Olympic Distance ของตัวเอง ที่ 2 ชั่วโมง 51 นาที (ว่ายน้ำ 37 นาที ปั่น 1.17 ชั่วโมง วิ่ง 53 นาที) ไม่อยากจะเชื่อว่าจะทำได้ แต่ที่สำคัญต้องขอบคุณโค้ชที่เชื่อมั่นในฮั้ว ขอบคุณที่ตากแดดเฝ้าดูนักกีฬาของตัวเองถึงข้างสนาม

ท้ายที่สุด คงต้องขอบคุณตัวเองที่เตรียมแผนมาดี ไม่บ้ามุทะลุ และเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำมา ซึ่งโค้ชบอกว่าให้ฝึกสกิล เน้นดริล เน้นเทคนิค แม้ตอนแรกจะไม่แน่ใจว่าการเล่นแค่นี้จะช่วยได้อย่างไร แต่งานนี้ก็พิสูจน์แล้ว (ไม่ใช่ที่ถ้วยหรือตำแหน่งใด ๆ) แต่คือผลการแข่งที่เปรียบเทียบกับผลก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการว่ายน้ำ ความรู้สึกต่าง ๆ การบังคับและควงจักรยาน การรักษาท่าวิ่ง .. ทุกอย่างรวม ๆ กัน ทำให้ใช้ประสิทธิภาพของพลังที่เราออกได้ดี

บทสรุปของสนาม Challenge

  • สนามว่ายน้ำเป็นบึง ซึ่งตามปกติแล้วการว่ายในน้ำทะเลจะว่ายกว่านิดนึงเพราะตัวจะลอยกว่า และสนามนี้เป็นคอร์สรูปสามเหลี่ยม มีทุ่นไข่ปลาเล็ก ๆ ตามทางและมีทุ่นใหญ่อยู่ที่มุม อาจจะไม่เหมาะกับมือใหม่มาก ๆ เพราะไม่มีทุ่นให้เกาะเลย
  • การว่ายเป็นสองรอบ ซึ่งข้อดีคือไม่ต้องขึ้นบกมาวิ่งวน ว่ายจบเลยทีเดียว ซึ่งอันนี้ชอบมาก
  • ระยะทางระหว่างขึ้นจากน้ำจนถึง transition ไม่ไกลและไม่ซับซ้อน แถมผู้จัดวางแผนเรื่องเวลาและการวนใน transition อย่างดี ทำให้ช่วงทำเวลาใน transition ค่อนข้างสมูธและไม่ชนกัน
  • ทางปั่น เรียกว่าเป็นคอร์สที่ปลอดภัย ไม่ค่อยมีจุดเสี่ยง การปิดการจราจรค่อนข้างดีมาก (มีรถหลุดมาบ้างบางจุด) ทางปั่นไม่ค่อยร้อน มีร่มไม้ 80% มีเนินให้เล่นบ้างเล็กน้อย ติดแค่ช่วงผ่านสนามกอล์ฟที่ทางค่อนข้างไม่เรียบ
  • ทางวิ่งแอบน่าเบื่อไปนิด เพราะวนในโรงเรียนเตรียมฯ และทางเป็นปูนซีเมนต์ ซึ่งวิ่งแล้วค่อนข้างสะท้าน แถมไม่มีร่มไม้เลย ยังดีที่ทางผู้จัดเตรียมซุ้มน้ำไว้เยอะมาก เรียกว่าวิ่งหนึ่งลูป (5 กิโล) นี่มีถึง 6 ซุ้มเลยทีเดียว
  • ในส่วนของมาร์แชลนั้นทำได้ดี เพราะรู้สึกถึงการจับตามองตลอด และได้ยินว่ามีถูกจับดราฟท์ไปหลายคน
  • เจ้าหน้าที่ตามซุ้มน้ำเตรียมน้ำไว้พร้อม น้ำเย็น เกลือแร่ถึง งานนี้ไม่มีโค้กและเจลแฮะ ซึ่งปกติงานใหญ่แบบนี้จะมีให้
  • พิธีการรับถ้วยนานมากกกกกกกก เพราะแบ่งช่วงอายุเยอะ และต้องรอระยะ 70.3 เข้ามาก่อน ซึ่งจริง ๆ แล้ว OD จบก่อนก็น่าจะเริ่มได้เลย กว่าฮั้วจะได้รับถ้วย โน่นสี่โมงเย็น
  • ตากล้องงานนี้น้อยมาก รูปสำหรับระยะ OD น้อยมาก ๆ ไม่รู้เป็นเพราะระยะเวลาการแข่งนานหรือเปล่า

โดยรวมแล้ว Challenge นครนายกก็เป็นสนามไม่ยากแต่ก็ยังมีความท้าทายในเรื่องความร้อน (แต่งานเมืองไทยมีงานไหนไม่ร้อนบ้าง) สนามนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ลงระยะ OD และ 70.3 เพราะไม่ถือว่าเป็นสนามยาก  .. ถ้าอยากท้าทายมากขึ้น ต้องไป Challenge กาญจนบุรี (ช่วงตุลาคม) ค่า ^_^

 

About Hua Runner-Blogger (113 Articles)
นักวิ่ง นักไตร .. รักการเดินทางสายสุขภาพ เริ่มจากการวิ่ง พัฒนาไปไตรกีฬา ต่อไป ใครจะรู้

Leave a comment

Your email address will not be published.


*