Pattana Triathlon 2017 (Olympic Distance)

งานไตรแบบว่ายในบึง ทางปั่นสวยงาม และวิ่งในสนามกอล์ฟ

วันแข่ง 16 กันยายน 2560

งานพัฒนาไตรกีฬาจัดขึ้นเป็นปีที่สาม เป็นงานที่จัดขึ้นที่พัฒนาสปอร์ตและกอล์ฟคลับ ว่ายในบึง ทางปั่นสวยงาม และวิ่งในสนามกอล์ฟ .. คอร์สนี้ไม่ยากและไม่ง่ายเกินไป กำลังสนุกพอดี ๆ ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่ฮั้วลงระยะ Olympic เพราะปกติจะลงระยะ sprint เพราะไม่ชอบการว่ายน้ำสองรอบแบบที่ต้องขึ้นฝั่ง แต่ในปีนี้อยากจะลองเล่น OD ให้มากขึ้นเลยตัดสินใจลงระยะนี้

วันก่อนแข่งเกิดเหตุการณ์แบตจักรยานดับไปซะเฉย ๆ ซึ่งผลคือ ตัวเกียร์แบบ di2 นั้นจะไม่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ เปรียบเสมือนปั่นจักรยานเกียร์เดียว ซึ่งฮั้วพยายามชาร์จแบตทิ้งไว้ทั้งคืน ก็ไม่มีไฟขึ้น และยังคงเปลี่ยนเกียร์ไม่ได้ เรียกว่าเครียดมาก ลุ้นจนนอนไม่หลับ กลัวว่าจักรยานจะใช้ไม่ได้

ทางที่นี่เป็น rolling ซึ่งยังไงก็ต้องใช้เกียร์ กว่าจะได้หลับประมาณตีสาม แล้วต้องตื่นตีห้า ขนาดตั้งปลุกที่นาฬิกายังไม่สามารถทำให้ตื่นได้ เกือบจะไม่ได้แข่งซะแล้ว

เช้านั้น พอเช็คจักรยานก็ยังไม่มีไฟ หนทางสุดท้ายคือต้องเพิ่ง mechanic ของงาน ฮั้วจึงรีบปั่นไป bike zone ให้น้องแบงค์จัดการให้ .. พบว่า น้ำท่วมแบตด้านใน เลยทำให้ใช้ไม่ได้ น่าจะเป็นสาเหตุมาจากการล้างจักรยานก่อนหน้านั้น.. น้องแบงค์ต้องถอด seat post ออกมาทำความสะอาดหัวแบต เลยทำให้เปลี่ยนเกียร์ได้ แต่ฮั้วก็ยังกังวลใจอยู่ดี กลัวจักรยานจะไปตายกลางทาง

พอจักรยานใช้ได้ก็รีบวิ่งเข้าไป transition เพื่อเตรียมของ เกือบจะไม่ทันเวลาการปิด transition ซะแล้ว และก็ออกไปยืนรอนักกีฬาระยะ Master Distance ปล่อยตัว หลังจากนั้นก็ถึงคราวของเรา

ว่ายน้ำ 1.5 km 

ฮั้วยืนหน้าซีดมองน้ำ และสงบนิ่งทำใจ ครั้งนี้ไม่ได้ลงไปว่ายทดลอง ไม่ได้ว่ายวอร์ม ไม่รู้น้ำจะเย็นไหม แต่ที่แน่ ๆ ขุ่นและมองไม่เห็นแน่ ๆ ระหว่างยืนรอก็คุยกับพี่ออมที่เพิ่งไปแข่งระยะ 70.3 ที่ฟิลิปปินส์มา เลยทำให้ผ่อนคลายได้บ้าง .. นึกท่องในใจ นึกถึงคำโค้ช เน้นขาเตะให้ถูกจังหวะ และกินเจลไปหนึ่งซองระหว่างรอ

พอสัญญาณปล่อยตัวดังขึ้น ภาพในหัวคือ คิดว่าจะกระโดดลงน้ำท่าสวย ๆ แต่คนข้างหน้ากระโดดแบบจุ่มขาลงกันหมดเลยต้องเลยตามเลย .. โผล่พลวดน้ำขึ้นมา ยังกะปลาดุกฉกก้อนขนมปัง ชุนละมุนมาก ๆ โดนตบแว่นหลุดไปสามที ว่ายไปต้องหยุดปรับแว่นไป (เพราะน้ำเข้าตลอด)

ตอนนั้นเริ่มแพนิคแล้ว จังหวะหายหมด ว่ายไม่ได้เลย หายใจก็ไม่ได้ ลอยตัวปรับแว่นหลายที ก็เลยเริ่มว่ายฉีกออกจากกลุ่มไปด้านซ้ายเพื่อหาพื้นที่ตัวเอง ว่ายไปว่ายมาไปติดทุ่นซ้ายทั้ง ๆ ที่เล็งเจ้าหน้าที่ที่ยืนบนโป๊ะตลอด เลยรู้ตัวว่าว่ายหลงทิศไปมาก เจ้าหน้าที่ยังตะโกนถามว่าว่ายไหวไหม

พอรู้ตัวว่าฉีกออกซ้ายมากไป เลยเริ่มหายใจลึก ๆ เน้นเตะ ๆ ไม่สนอะไร แขนซ้ายออกแรงมากขึ้นเพื่อให้กลับเข้าขวาให้ได้ พออ้อมทุ่นกลับตัวปั๊บ ขากลับก็เล็งเสาไฟ แต่ก็ยังว่ายไปติดทุ่นซ้ายตลอด 🙁

ตอนปีนขึ้นโป๊ะครบ 1 รอบ ก็นึกถึงคำพี่ออมเตือนไว้ว่ามีหินแหลม ๆ อยู่ เลยพยายามไม่เหยียบพื้น .. วิ่งขึ้นฝั่งได้ยินน้องขิมตะโกนเชียร์ เหลืออีกรอบเดียว ฮั้ว!!!

กระโดดจ๋อม เอาขาลง ไม่สนท่าละ แว่นไม่หลุดเป็นพอ .. รอบสองจังหวะเริ่มมา ขาเตะได้ตามที่ซ้อม แขนก็จ้วงตามจังหวะขา 2 beat kick รู้สึกว่าว่ายสบายและไหลขึ้น รอบนี้พยายามชิดขอบขวามากขึ้นจะได้ไม่หลงไปด้านซ้าย อ้อมทุ่น แป๊บ ๆ ก็ถึงฝั่ง นึกในใจ วันนี้ว่ายดีว่ะ

ขึ้นมาวิ่งผ่านพี่ธเนศกับโยได้ยินเสียงเชียร์ให้กำลังใจ .. รีบวิ่งไปที่ของตัวเอง ใส่หมวก ใส่แว่น ใส่บิบ เอาจักรยานออก ไปละนะ…

ปั่น 40 km

คราวนี้ฮั้วเกือบล้มตอนขึ้นจักรยาน เพราะรองเท้าไปลากพื้น ต้องหยุด ตั้งสติ ขึ้นใหม่ ออกปั่นไปซักพักถึงจะมีจังหวะเอาเท้าใส่รองเท้า .. ทางที่นี่เป็น rolling ก็ปั่นไปตามจังหวะช้าบ้าง เร่งบ้าง ถนนไม่ค่อยเรียบเท่าไหร่แต่ก็ไม่แย่มาก ปิดถนน 100% เลยปั่นสบายหน่อย ไม่ต้องกังวลเรื่องรถยนต์

ช่วงกลับตัวก็ต้องระวังมากหน่อย แต่ก็ผ่านได้สบาย ๆ บางเนินก็สูงเหลือเกิน แต่โชคดีที่ช่วงนี้ปั่นเขาบ่อยเลยไม่ยาก เพียงแต่ยังยืนปั่นบนรถไตรไม่ถนัดเท่าไหร่นัก

ช่วงปั่นจะเป็นช่วงที่ฮั้วกลัวอุบัติเหตุที่สุด เพราะพลาดนิดเดียวคือเจ็บหนัก ทุกครั้งที่แข่งจะไม่เสี่ยง เอาปลอดภัยไว้ก่อน และจะภาวนาขอให้ยางไม่แตก ไม่แบนทุกครั้ง แถมครั้งนี้มีเรื่องเกียร์ที่มีปัญหาก่อนหน้ามาพ่วงด้วย เลยพยายามปั่นให้ระวังที่สุด .. ช่วงปั่นกินเจลไปทั้งหมด 2 ซอง

ตอนนั้นไม่รู้ว่าตัวเองเป็นที่เท่าไหร่ เพราะชื่อคนแข่งในกลุ่มรุ่นอายุไม่คุ้นเลยซักคน แถมมัวแต่ห่วงจักรยานจนแทบไม่ได้มองใคร พอปั่นเข้า transition โค้ชกระสุนตะโกนบอกให้สู้ ๆ เลยรีบใส่รองเท้า หยิบเจล วิ่งออกจาก transition ..

วิ่ง 10 km

ออกมาจาก transition ปั้บ งงซักพัก เพราะไม่มีป้ายบอกทางของระยะ Olympic ว่าต้องเลี้ยวไปทางไหน มีแต่ sprint / duathlon / fun run / master เลยหยุดชะงักแป๊บนึง ตะโกนถามเจ้าหน้าที่ว่าต้องไปทางไหน .. เจ้าหน้าที่บอกให้เลี้ยวขวา (นี่แหละข้อเสียของการไม่เช็คเส้นทางก่อน เพราะปีก่อนหน้าต้องเลี้ยวซ้าย)

การเลี้ยวขวานั้น จะต้องวิ่งขึ้นเนิน ซึ่งโค้ชบอกว่าให้อัดขึ้นเนิน แต่วันนี้มันคงไม่ใช่วันของเรา เนื่องจากสุดสัปดาห์นี้ตามตารางแล้วประจำเดือนจะมาพอดี ซึ่งปกติถ้าเลือกได้จะไม่ลงแข่งในช่วงนี้ เพราะเป็นคนมีปัญหาปวดท้องปวดหลังทั้งก่อนและระหว่างมี .. คราวนี้ใช้การกินยาเลื่อน ซึ่งสะดวกตรงที่ไม่ต้องมากังวลเรื่องประจำเดือน แต่.. อาการปวดยังมาครบ

วิ่ง ๆ ไปซักพัก ปวดหลังมาก ปวดท้องแบบหน่วง ๆ (ผู้หญิงคงเข้าใจ) ถึงขั้นต้องสลับเดินเป็นระยะ ๆ .. นึกเซ็งตัวเองมาก เพราะอยากทำเวลาดี ซ้อมมาเรียกว่ามั่นใจในระดับนึงและคาดหวังมาลุยเต็มที่

วิ่งวนในสนามกอล์ฟจนเกือบครบรอบ นึกในใจว่าอยากจะหยุดวิ่งแล้วขอ DNF เลยได้ไหม มันทรมาน อยากจะวิ่งเข้าไปขอโทษโค้ชว่าทำไม่ได้ตามที่คาดหวัง แต่พอวิ่งผ่านโค้ช ก็ได้ยินเสียงเชียร์ว่าอย่าหยุดวิ่ง .. เห็นหน้าโค้ชแล้วก็ยอมทน .. เอาวะ อีกรอบเดียว ค่อย ๆ ไป

รอบสองเดินบ่อยขึ้น คือถอดทั้งกายถอดทั้งใจ วันนี้ยอมจริง ๆ ได้แค่ไหนแค่นั้น ยาแก้ปวดก็ไม่ได้พกมา ทนเดิน ๆ วิ่ง ๆ จนครบรอบสอง คนแซงผ่านไปเยอะแยะ วิ่งเข้าเส้นชัย โดยเวลารวม คือ 2 ชั่วโมง 57 นาที

ผิดหวังในตัวเอง แต่ดีใจที่ไม่ได้ DNF ตัวเอง

ดีใจที่สุด คือ การว่ายน้ำที่ว่ายได้ดีเกินคาด (เมื่อเทียบกับจำนวนครั้งที่ลงสระ) ..เวลาว่าย 34 นาที เรียกว่าเป็นเวลาที่ดีที่สุดในระยะ OD เลย

ปั่นเรียกว่าดีขึ้นเป็นลำดับ AV พอ ๆ กับปั่น sprint ปีที่แล้วเลย ..เวลาปั่น 1 ชั่วโมง 17 นาที

เวลาวิ่ง 1 ชั่วโมง 3 นาที .. ส่วนวิ่งนี่เสียใจมาก และเสียใจที่สุดคือ ทำไม่ได้อย่างที่โค้ชกระสุน ที่ทุ่มเทซ้อมมาให้

ไว้ว่ากันใหม่งานหน้า .. งานนี้อ่อนแอก็แพ้ไป!!

ขอบคุณภาพงาม ๆ จากพี่ปิ๊กค่า

สรุปตัวงาน 

  • ในส่วนว่ายน้ำ มีเจ้าหน้าที่มากขึ้น การวางคอร์สว่ายค่อนข้างดี เสียแค่ต้องปีนขึ้นโป๊ะเพื่อลงรอบสอง น่าจะให้ว่ายวนได้เลย
  • การปล่อยตัว อยากให้เป็นการปล่อยตัวแบบ chip start แล้วค่อย ๆ rolling แบบจำกัดจำนวนคนเพื่อกระโดดลงน้ำ .. เพราะการปล่อยพร้อมกันแบบนี้ค่อนข้างอันตราย คนกระโดดก่อนหน้ายังไม่โผล่พ้นน้ำ คนข้างบนกระโดดทับแล้ว กว่าจะตั้งตัวได้ โดนกดน้ำไปหลายครั้ง
  • การปิดการจราจรในส่วนปั่นดีมาก รู้สึกปลอดภัย
  • การวิ่งมีจุดให้น้ำน้อยไปหน่อย โชคดีที่วันแข่งไม่ค่อยร้อนมาก แต่เรียกว่าแข่งในสนามไทย ซึ่งเป็นสนามร้อน ควรมีจุดให้น้ำอย่างน้อยทุก 2 km
  • ปีนี้เข้าเส้นชัยมา ไม่มีอาหารให้กิน ผิดหวังมาก มีแต่น้ำเปล่าและเกลือแร่ให้ และซุ้มอาหารที่แยกไปด้านหลัง ซึ่งต้องใช้คูปองหรือเงินซื้อ ฮั้วมั่นใจว่าเวลามาแข่ง ไม่ค่อยมีใครหยิบคูปองที่แจกมาด้วยหรอก (ไม่รู้ด้วยว่าจะไม่มีอาหารให้) และคูปองนี้อาจจะใช้หมดไปแล้วในวันรับบิบ
  • เนื่องจากปีนี้ ทางพัฒนาฯ จัดงานเป็นแบบ festival ซึ่งมีแข่งสองวัน เลยเลื่อนเวลารับถ้วยไปตอนเย็นวันแข่ง ซึ่งฮั้วว่าค่อนข้างลำบาก นักกีฬาแข่งเสร็จก็อยากกลับบ้านพักผ่อนกันทั้งนั้น
  • โดยรวม ฮั้วยังถือว่างานพัฒนาไตรฯ เป็นงานเล็ก ๆ ที่สนุก เหมาะกับนักไตรหน้าใหม่ คอร์สแข่งไม่ยากเกินไป แต่ก็ไม่เรียบราบจนน่าเบื่อ ควรค่าแก่การมาลองแข่งค่ะ

 

About Hua Runner-Blogger (113 Articles)
นักวิ่ง นักไตร .. รักการเดินทางสายสุขภาพ เริ่มจากการวิ่ง พัฒนาไปไตรกีฬา ต่อไป ใครจะรู้

1 Comment on Pattana Triathlon 2017 (Olympic Distance)

  1. Awesome blog! Come check out mine when you can krub! See you out on track sometime!
    http://www.trinirvana.space

Leave a comment

Your email address will not be published.


*