ฟิตหัวใจไปกับ Samsung Gear Fit2 Pro

Gadget สุดเจ๋ง มี GPS และวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกาย

<Sponsor Review>

ในยุคสมัยที่เราหันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งการที่จะมีสุขภาพที่ดีนั้นไม่ได้อยู่ที่การออกกำลังกายอย่างเดียว เราต้องใส่ใจทั้งเรื่องโภชนาการและการพักผ่อนในแต่ละวัน ทุกอย่างต้องสมดุลย์กัน วันนี้ฮั้วอยากจะเสนออุปกรณ์ที่ช่วยทำให้เราดูแลสุขภาพของเราในแต่ละวันได้สะดวกยิ่งขึ้น “Samsung Gear Fit2 Pro

แน่นอนว่าสายกีฬาอย่างฮั้วก็ต้องเขียนเรื่องกีฬา อุปกรณ์ตัวนี้ไม่ได้แค่ใส่สวยๆ เท่ๆ ไว้ดูเวลา เช็คสภาพอากาศ หรือรับข้อความเตือนจากโทรศัพท์เท่านั้น Samsung Gear Fit2 Pro นั้นสามารถใส่ออกกำลังกาย ว่ายน้ำ ปั่น วิ่ง คำนวณการใช้พลังงาน วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และบันทึกการพักผ่อนของเราได้อีกด้วย

Samsung จับมือกับพาร์ทเนอร์ Under Armour ในการผลิตแอพด้านการออกกำลังกายมารองรับผู้ใช้ Samsung Gear Fit2 Pro ซึ่งเราสามารถโหลดมาติดตั้งในตัวอุปกรณ์ได้เลย มีหลากหลายแอพให้เลือก เช่น UA Record, MyFitnessPal, MapMyRun และ Endomondo

Endomondo แอพสำหรับคนชอบออกกำลังกาย

แอพนี้เป็นแอพสุดฮิตที่นักวิ่งมักจะมีไว้ใช้เก็บสะสมระยะทางการวิ่ง ดูผลการวิ่งของเราและของเพื่อนๆ ได้ และแอพนี้ยังสามารถบันทึกกิจกรรมอื่นๆ เช่น เวทเทรนนิ่ง ปั่นจักรยาน โยคะ ได้อีกเพียบเลยนะคะ

หลังจากติดตั้ง Endomondo ทั้งในโทรศัพท์และ Samsung Gear Fit2 Pro แล้ว ฮั้วอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆ ไปตั้งค่า profile และ setting บนหน้าเว็บ (www.endomondo.com) ให้ถูกต้องด้วยนะคะ เพราะเราจะสามารถใช้ประสิทธิภาพของ Samsung Gear Fit2 Pro ได้เต็มที่ค่ะ

** รู้ไหมว่าถ้าโหลด Endomondo มาติดตั้งที่ Samsung Gear Fit2 Pro ตอนนี้ยังได้เป็นสมาชิกแบบ premium ด้วยนะ ซึ่งสามารถโหลดแผนการซ้อม ดูค่าวิเคราะห์ผลการซ้อม และตั้งโซนหัวใจในการซ้อมได้ด้วยล่ะ

แล้วโซนหัวใจในการซ้อมคืออะไร และหาได้อย่างไร.. นี่ไง Samsung Gear Fit2 Pro ช่วยได้ค่ะ

ก่อนอื่นเลยเราต้องหาสองค่านี้ค่ะ

  1. Resting Heart Rate เป็นอัตราการเต้นของหัวใจในระหว่างพัก เรามักจะวัดกันตอนนอนนิ่งๆ หรือง่ายที่สุดก็คือ ช่วงเวลาตื่นนอน .. และแน่นอนว่า Samsung Gear Fit2 Pro สามารถตั้งให้จับค่าหัวใจได้ตลอดเวลา และสามารถบันทึกการนอนของเราได้ ตื่นเช้าขึ้นมา ฮั้วก็พลิกข้อมือดูได้เลยค่ะว่า Resting Heart Rate วันนั้นคือเท่าไหร่ #RunnerBlogerTips รู้ไหมว่ายิ่งฟิตเท่าไหร่ Resting Heart Rate ของเราก็ยิ่งต่ำลงนะคะ
  2. Maximum Heart Rate เป็นอัตราการเต้นของหัวในที่สูงสุดในขณะออกกำลังกาย ซึ่งแต่ละคนจะไม่เท่ากัน เพราะเพศ วัย และความฟิตทำให้ความสามารถในการทนทานแตกต่างกัน การหาค่านี้ถ้าให้ถูกต้องที่สุดควรทำในแล็ป แต่เราก็พอหาค่านี้ได้จากหลายๆ สูตร ยกตัวอย่างเช่น 217 – (0.85 x อายุ)

เมื่อรู้สองค่านี้แล้วเราก็ใส่ในการตั้งค่าตามรูปเลยค่ะ ตัว Endomondo จะคำนวณช่วงโซนให้เรา แล้วเราก็จะได้โซนการซ้อมคร่าว ๆ เพื่อใช้ในการวิ่งค่ะ

* ตั้งค่าหัวใจในเว็บ Endomondo ที่  Settings >> Heart Rate (เฉพาะ Premium Account)

** ช่วงโซนสามารถปรับเปลี่ยนได้เอง

  • Z1 (Easy) : ช่วง 50-60% ของ Max HR จะใช้ในการวอร์มอัพร่างกาย
  • Z2 (Fat Burning) : ช่วง 60-70% ของ Max HR เป็นช่วงที่มีการเผาผลาญไขมันมาใช้เป็นพลังงาน นิยมใช้โซนนี้ในการวิ่งยาวหรือสร้าง endurance
  • Z3 (Aerobic) : ช่วง 70-80% ของ Max HR เป็นโซนที่เน้นให้ระบบหัวใจและปอดมีความแข็งแรงและอดทน สร้างความฟิตให้ร่างกาย 
  • Z4 (Anaerobic) : ช่วง 80-90% ของ Max HR เป็นโซนที่เน้นเพิ่มความแข็งแรง สร้างความเร็วและความฟิต ใช้ในการซ้อมที่สอนให้กล้ามเนื้อใช้ออกซิเจนในการออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและทนต่อความเมื่อยล้าได้ดีขึ้น
  • Z5 (Maximum) : ช่วง 90-100% ของ Max HR เป็นโซนที่คั้นความเร็วแต่ไม่ควรแตะโซนนี้นาน มักใช้ในการวิ่ง interval ระยะสั้นๆ

เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็กดปุ่มขวาล่างที่นาฬิกาแล้วเปิด Endomondo แล้วก็เลือกประเภทการออกกำลังกายได้เลยค่ะ เช่น วิ่ง แล้วก็เริ่มเลย!

ในระหว่างวิ่ง บนหน้าจอจะบอกข้อมูลค่อนข้างเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลา ระยะทาง ความเร็ว อัตราการเต้นของหัวใจ และโซนที่เราตั้งไว้

ถ้าจะพัก ก็กดปุ่มขวาบนเพื่อ Pause .. ถ้าจะวิ่งต่อ ก็กดปุ่มขวาบนเช่นกันเพื่อ Resume .. ถ้าไม่อยากวิ่งแล้ว ก็แตะ Finish บนหน้าจอค่ะ แล้วอย่าลืมแตะ Save นะคะ

เมื่อ save แล้ว หน้าจอก็จะแสดงผลรวมการวิ่งค่ะ และจะซิงค์เข้าแอพที่โทรศัพท์เลย

หลังจากซิงค์ข้อมูลจากนาฬิกาแล้ว ก็สามารถดูรายละเอียดได้ทั้งผ่านแอพบนโทรศัพท์หรือผ่านหน้าเว็บไซท์ของ Endomondo ค่ะ

สำหรับเพื่อนๆ ที่เพิ่งหัดวิ่งก็สามารถโหลดแผนการซ้อมจาก endomondo ตามเป้าหมายของแต่ละคนได้เลยค่ะ (เฉพาะ premium account).. หรือลองแนวทางนี้ดูนะคะ 

> ถ้าอยากสร้างความอดทนและเพิ่มระยะให้ไกลขึ้น ก็ลองวิ่งที่หัวในโซนสองและสามค่ะ โดยไม่ต้องสนใจความเร็วและระยะทางนะคะ อาจจะกำหนดเวลาซัก 1 ชั่วโมง 

> ถ้าอยากสร้างความเร็วและทนทาน ก็ลองกำหนดระยะทางหรือระยะเวลาที่โซนสี่ เช่น วิ่ง 1 km แล้วสลับจ๊อกกิ้งซัก 5 นาที หรือ วิ่งโซนสี่ 15 นาทีแล้วสลับจ๊อกกิ้ง 5 นาที ซักประมาณ 3-4 รอบ 

> ถ้าอยากวิ่งให้เร็วขึ้นแต่อยากสนุกด้วย ก็ลองวิ่งแบบนับเสาไฟฟ้าในสวน เช่น วิ่งโซนห้าแบบเร็วที่สุดไปถึงเสาไฟฟ้าต้นหน้า (หรือต้นไม้ก็ได้ค่ะ) แล้วสลับเดินไปจนถึงเสาต้นถัดไปแล้ววิ่งเร็วอีกครั้ง ทำซ้ำซักประมาณ 5 รอบ 

ลองซ้อมดูค่ะ เพราะการพัฒนาให้วิ่งดีขึ้นนั้นอยู่ที่วินัย การซ้อมที่สม่ำเสมอ และต้องซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพด้วยนะคะ

เมื่อก่อนฮั้วเคยใช้ Heart Rate Monitor แบบสายคาดอก ซึ่งจะโดนบาดตลอด เป็นรอยเต็มไปหมด อาบน้ำก็ทั้งแสบทั้งเจ็บ สุดท้ายเลยตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้แบบวัดที่ข้อมือแต่ไม่ได้เป็นนาฬิกา เวลาซ้อมก็จะรกเต็มข้อมือไปหน่อย ไหนจะนาฬิกา ไหนจะสายวัดหัวใจ

แต่ตอนนี้มีนาฬิกาแบบวัดหัวใจได้จากข้อมือก็ทำให้ชีวิตสะดวกขึ้นค่ะ ใช้อุปกรณ์เดียวมีครบทุกอย่าง การซ้อมก็ง่ายขึ้น ดูได้เลยว่าเรายังวิ่งหรือปั่นอยู่ในโซนหรือเปล่า ดูอัตราการเต้นของหัวใจตอนตื่นนอนและระหว่างวัน (ตัว Samsung Gear Fit2 Pro สามารถแสดงได้แบบเรียลไทม์เลยนะคะ)

ในเมื่อเรามีอุปกรณ์ดี ๆ อย่าง Samsung Gear Fit2 Pro อยู่ในมือแล้ว เราก็ต้องใช้ให้คุ้มค่านะคะ

Enjoy your training!

ขอบคุณ Samsung Thailand สำหรับการให้ยืมผลิตภัณฑ์เพื่อทดสอบค่ะ

 

About Hua Runner-Blogger (113 Articles)
นักวิ่ง นักไตร .. รักการเดินทางสายสุขภาพ เริ่มจากการวิ่ง พัฒนาไปไตรกีฬา ต่อไป ใครจะรู้

Leave a comment

Your email address will not be published.


*