Bangsaen Triathlon 2018 (Master Distance)

วันแข่ง 25 กุมภาพันธ์ 2561

กลับมาอีกครั้งกับสนาม Thailand Tri League ที่จัดว่าดีสำหรับนักไตรมือใหม่และนักไตรมือเก่า เพราะสนามนี้ได้รับความร่วมมือจากชุมชนและพ่อเมืองที่อยากให้บางแสนเป็นเมืองแห่งการกีฬา ทำให้สนามนี้เป็นสนามที่มีครบทุกรูปแบบการแข่งรองรับทั้งสายวิ่ง สายว่ายน้ำ และสายไตร โดยจะจัดแยกเป็น 2 วันด้วยกัน

  • วันเสาร์ จะมีแข่งวิ่งฟันรัน (5 km) มินิมาราธอน (10.5 km) ว่ายน้ำ (1.5 / 3 / 4.5 / 6 km) และไตรกีฬาระยะ sprint (ว่าย 750 m / ปั่น 23 km / วิ่ง 5 km)
  • วันอาทิตย์ จะมีแข่งไตรกีฬาระยะ Olympic (ว่าย 1.5 km / ปั่น 40 km / วิ่ง 10 km), Master (ว่าย 1.5 km / ปั่น 85 km / วิ่ง 15 km) และทวิกีฬา (วิ่ง 5 km / ปั่น 40 km / วิ่ง 10 km)

ตอนแรกไม่ได้กะจะลงงานนี้ เพราะจะไปวิ่งเกียวโตมาราธอนซึ่งจัดก่อนหน้างานนี้แค่หนึ่งสัปดาห์ แต่หลังจากตกลงใจสมัคร IRONMAN (แข่งเดือนเมษายน) และไม่ไปเกียวโตมาราธอนแล้ว จึงรีบสมัครงานนี้กับระยะ Master เพื่อจะไปซ้อมยาว

ในปีนี้ ฮั้วลง open water swimming ระยะ 4.5 km และ master distance ไว้ ซึ่งวางแผนไว้ว่าจะมาซ้อมว่ายยาวเพื่อระยะ Full IRONMAN ด้วย แต่หนึ่งสัปดาห์ก่อนแข่งมีอาการปวดหลัง จึงรีบไปหานักกายภาพ (น้องวี) แล้วผลของการตรวจคือหลังอักเสบมาก ต้องอัลตร้าซาวน์และกินยาอัดไปก่อนแข่ง

เส้นทางว่ายน้ำ รอบละ 1.5 km .. ของจริง วนซ้าย

วันเสาร์ที่เป็นวันแข่งว่ายน้ำ ก็เลยตัดสินใจว่า จะว่ายแค่ 1.5 km และยอม DNF ตัวเอง ไม่อยากเสี่ยงบาดเจ็บไปมากกว่านี้ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกมาก เพราะระหว่างว่ายก็รู้สึกปวดหลังแบบสุด ๆ .. ครบรอบขึ้นจากน้ำก็เลยยื่นชิพคืนผู้จัด (ทั้ง ๆ ที่ในใจก็แอบเสียดาย เพราะทะเลนิ่งมาก เหมาะกับการซ้อมยาวที่สุด) .. ว่ายเสร็จก็รีบพัก เพราะต้องใช้ร่างอีกในวันรุ่งขึ้น ยังแอบห่วงตัวเองว่าจะว่ายและปั่นไหวไหม

ครั้งนี้เลยได้ดูการจัดงานในวันเสาร์ ซึ่งมีทั้งการแข่งวิ่ง การแข่งไตรระยะสปริ้นท์ และการแข่งว่ายน้ำ .. อันนี้ต้องยอมรับเลยว่าผู้จัดทำได้เยี่ยมยอด สามารถแบ่งกำลังคนเพื่อดูแลทั้งสามการแข่งขันได้อย่างดี บรรยากาศดูสนุกสนาน เหมือนเป็นเมืองแห่งกีฬาจริงๆ

ตอนเย็นวันเสาร์ ฮั้วก็นำจักรยานเข้าเช็คอินและฟังบรีฟจากผู้จัด เพราะผู้จัดเจ้านี้มักจะเปลี่ยนเส้นทางกะทันหันเสมอ เราผู้เป็นคนแข่งก็ต้องมาฟังว่าเส้นทางการแข่งจะเป็นอย่างไรกันแน่ .. วันนี้โชคดีที่ได้มาแข่งว่ายน้ำก่อน เลยรู้ว่าการว่ายน้ำจริง ๆ แล้ววนซ้าย (ไม่ใช่วนขวาเหมือนในประกาศ) และโชคดีอีกครั้งที่เตรียมผ้ามาคลุมรถด้วย เพราะตอนเย็นฝนตกหนักมาก

เตรียมของก่อนแข่ง

ในการแข่งระยะยาวนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ พลังงานที่เติมระหว่างแข่ง .. เพราะถ้าชะล่าใจ คิดว่ายังไม่เหนื่อย ยังไม่หิว แล้วไม่เติมตามระยะเวลา / ระยะทางที่วางแผนไว้ ต้องรับผลแบบติดปีกแน่นอน .. และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฮั้วต้องระวังตลอดเวลา เพราะเป็นคนกินเติมและดื่มน้ำน้อยอยู่แล้ว

การแข่งครั้งนี้จะเป็นครั้งเดียวที่ฮั้วได้มีโอกาสซ้อมทั้งสามอย่างแบบยาว ๆ (จริง ๆ แล้วโค้ชอยากให้ไปลงระยะ 70.3 ก่อนการแข่ง IM แต่เวลาไม่มีและค่าใช้จ่ายก็เยอะ ใช้ลงงานนี้นี่แหละเป็นการซ้อม) .. โค้ชจึงกำชับมาว่าให้มาซ้อมทุกอย่างเหมือนอย่างที่จะไปใช้ใน IM ทั้งในเรื่องการกิน การคุมหัวใจ และประเภทอาหารที่จะกิน

คืนก่อนแข่ง หลับสบาย น่าจะเพราะไปว่ายน้ำในตอนเช้ามา .. ตื่นเช้ามา ก็รีบเดินไปจุด Transition เพื่อเตรียมของและที่สำคัญเช็คยางว่าแบนหรือมีปัญหาอะไรไหม เพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ยางแตกระหว่างซ้อมที่ skylane เลยต้องเปลี่ยนทั้งยางในยางนอก เอายางนอกของ Hutchinson รุ่น Fusion 5 (Performance) มาใส่ เป็นรุ่นเอาไว้ใช้แข่งเลย แต่ยังไม่ได้ทดสอบยางเลย

หลังจากเห็นจำนวนคนแล้ว ฮั้วตัดสินใจไม่ใส่รองเท้าบนจักรยาน ทั้ง ๆ ที่จุดจอดจักรยานก็ค่อนข้างไกลกับจุด mount แต่ยอมวิ่งมากกว่าล้ม (ปีที่แล้ว จุด mount นี่วุ่นวายจนเกือบจะล้มมาแล้ว) และคิดว่ารอบนี้อยากลองใส่ speedsuit ในการว่ายน้ำ (ซึ่งคิดผิดมหันต์!!!)

ว่ายน้ำ 1.5 km : แหวกฝูงปลาตีน

ก่อนจะปล่อยตัวว่ายน้ำ กินเจลไปหนึ่งซอง ..

ฮั้วอยู่กลุ่มหมวกดำ ซึ่งงานนี้เป็นการปล่อยตัวแบบชิพสตาร์ทและ rolling ค่อย ๆ ไป ทีละกลุ่มเล็กๆ .. ซึ่งการปล่อยตัวแบบนี้ค่อนข้างปลอดภัย ผู้แข่งไม่ต้องวิ่งกรูกันลงไปทีเดียว ใครว่ายเร็วก็ลงไปก่อน ว่ายช้าก็ลงทีหลัง โดยที่เวลาจะเริ่มนับเมื่อเราผ่านจุดสแกนชิพ .. ฮั้วชอบวิธีแบบนี้ เพราะช่วยลดการแพนิคได้ดีทีเดียว

เมื่อวานน้ำค่อนข้างนิ่ง (อาจจะเพราะคนน้อย) แต่วันนี้ว่ายยากกว่าเพราะคนเยอะขึ้น มีกลุ่มหลัง ๆ ที่ว่ายเร็ว (หรือเราว่ายช้าเอง) ตามติดๆ มีโดนถีบกบ มีโดนตบจนแว่นหลุด มีโดนกดตัวหลายครั้ง แต่ก็พอทนได้ (น่าจะเป็นผลมาจากไปหัดดำน้ำ ทำให้การแพนิคลดลงไปมาก)

การว่ายปีนี้เป็นแบบสามเหลี่ยม ว่ายวนซ้ายและรอบเดียว ซึ่งทำให้คนที่หายใจขวาดูทุ่นลำบาก แถมทุ่นที่จุดเลี้ยวโค้งก็เล็กเหลือเกิน แต่ฮั้วก็ใช้จังหวะว่ายทุก 6 สโตรกแล้วขึ้นมาดูทุ่นทีนึง ทำให้ไม่หลงทางมากนัก

ส่วนตัวไม่ค่อยรู้สึกว่าการใช้ speedsuit ช่วยเรื่องความเร็วเท่าไหร่ เพราะเป็นคนว่ายช้าและท่าไม่ค่อยดีอยู่แล้ว เลยไม่เคยใส่แข่ง แต่ครั้งนี้ต้องการเลียนแบบการใช้ wetsuit ในการแข่ง IM .. พอขึ้นจากน้ำ ก็รีบถอดหมวก ถอดแว่น และไม่ลืมที่ต้องดึงซิป speedsuit ลงมา และรีบวิ่งไปที่จุดจักรยานตัวเอง

แต่ไม่ได้ซ้อมการถอดมาก่อน พอวิ่งมาถึงจักรยานตัวเอง ใส่รองเท้าจักรยาน ใส่หมวก ใส่บิบ แล้วก็หยิบจักรยานออกไปทันที ตามสัญชาตญาณ.. โดยลืมถอด speedsuit ซะสนิท!!!

วิ่งไปจนจะสุด transition อยู่แล้ว นึกขึ้นได้ ทำไงดี ๆ จะวิ่งย้อนกลับไปเหรอ จะโดนชนไหม ตอนแรกก็คิดว่าจะปั่นไปทั้งอย่างนี้ก็ได้ แล้วก็นึกได้ว่า เฮ้ย ใส่เจลทุกอย่างไว้ในชุดไตร ถ้าไม่ถอด speedsuit ก็จะหยิบเจลไม่ได้เลย

จังหวะพอดีที่เห็นเพื่อนกำลังแต่งตัวอยู่ที่จุดจอดจักรยานของเค้า ก็เลยรีบจอดจักรยาน ถอดรองเท้า ถอด speedsuit แล้วฝากวางไว้ที่จุดจอดของเพื่อนนั่นแหละ และก็ทำการใส่ทุกอย่างอีกครั้ง!! แล้วก็ออกไปปั่น .. โมโหตัวเองมาก เพราะเสียเวลา transition ไปค่อนข้างมากทีเดียว

เส้นทางปั่น (แต่ไม่เหมือนของจริง)

ปั่น 85 km : งานไตรหรืองานจักรยาน

รอดพ้นช่วง mount จักรยานมาได้หวุดหวิด เพราะมีคนเบรกตัวโก่งอยู่ด้านหน้า เสียจังหวะไป แต่โชคดีที่ไม่ได้ใส่รองเท้าบนจักรยาน ไม่งั้นคงล้ม .. ต้องมองหน้า มองหลัง มองข้าง ก่อนขึ้นจักรยาน เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

ช่วงออก T1

พอขึ้นปั่น ตามแผนคือต้องกินเจลก่อนหนึ่งซอง แต่ช่วงนั้นกำลังชุลมุนงุนงงกับเส้นทางที่เปลี่ยนไป เลยรอจนเข้าถนนข้าวหลาม จึงหยิบเจลขึ้นมากิน มองดูนาฬิกาหัวใจขึ้นไปสูงเกิน จึงปั่นนิ่ง ๆ ไว้รอหัวใจลงมาในโซนที่ต้องการ (กะว่าไม่ให้เกิน 145 bpm) และรอบขาไม่ช้าเกินไป สภาพถนนดี ปิดถนนเยี่ยม แต่ก็ยังต้องระวังตัวเอง เพราะถ้าเกิดยางแบนขึ้นมาคือจบ.. แต่ก็แอบคิดในใจ ยางดีอะ ไหลลื่นสมคำร่ำลือ (รู้งี้เปลี่ยนตั้งนานแล้ว!!)

ปั่นขึ้นสะพานตามเส้นทางมาเรื่อย ๆ จนถึงช่วงที่จะออกเส้นเลียบมอเตอร์เวย์ จุดนี้ต้องระวังอีกครั้งว่าทางจะเปลี่ยนไหม (สนามไตรลีคต้องดูป้ายแม่น ๆ) ไปผิดทาง เสียทั้งอารมณ์และเวลา

อ๊ะ คราวนี้เป็นไปตามเส้นทางที่ประกาศ .. ขึ้นสะพานข้ามแยกไปฝั่งตรงข้าม ช่วงนี้เหมือนลมจะส่ง ทำให้แซงขึ้นมาได้เยอะ และต้องคอยเตือนตัวเองให้จิบน้ำบ่อย ๆ รวมถึงดูเวลาเพื่อเติมพลังงานทุก 45 นาที

ระหว่างปั่นในบางพระ เห็นกลุ่มดราฟท์เป็นหย่อม ๆ เร่งแซงก็โดนแซงกลับ เลยต้องยอมชะลอไม่งั้นแซงบ่อย ๆ หัวใจจะกระฉูดเกินกำหนด .. ไม่ได้ ๆ stick to the plan!!

มีตะโกนเตือนไปบ้างว่าห้ามดราฟท์กัน (แต่ก็ไม่มีใครฟัง) .. เจอมาร์แชลผ่านมาก็ตะโกนบอกว่ากลุ่มข้างหน้าดราฟท์กันมาตั้งนานแล้ว มาร์แชลก็ไม่ได้ทำอะไร กลุ่มนั้นก็ยังดราฟท์กันต่อไป .. เออแฮะ ช่างมัน เราไปของเราละกัน

วนขึ้นสันเขื่อนครบสองรอบ เห็นเพื่อนขาแรงปั่นแซงขึ้นสันเขื่อน (งงมากว่าทำไมยังอยู่ตรงนี้ ก็ฮั้วอยู่รอบสองแล้ว ตามสถิติเค้าควรจะกลับเข้าถนนข้าวหลามแล้ว คนนี้เค้าว่ายเร็วด้วย) เลยสับสนว่ามีเปลี่ยนอะไรอีกไหม พร้อมมองนาฬิกาว่าอยู่ที่ระยะประมาณ 50 หรือไงเนี่ย เอ๊ะ หรือต้องวนบางพระ 3 รอบ??

ระหว่างปั่นที่บางพระ

ประจวบเหมาะว่ามีมาร์แชลผ่านมา เลยตะโกนถามว่าต้องวนบางพระกี่รอบ .. เค้าบอก 2 รอบครับ .. เลยยิ่งงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อน (มารู้ทีหลังว่าเค้าอยู่กลุ่มนำแล้วพอลงสะพานที่จะเข้าบางพระ มาร์แชลพาเค้ากลับไปยังข้าวหลาม เลยต้องวนกลับมาใหม่ สรุปงานนี้เค้าปั่นไปเกือบ 100 km) .. เอาล่ะ เมื่อวนสองรอบ เราก็เตรียมตัวหาทางออก

แต่รอบบางพระนั้น ไม่มีป้ายบอกเลยว่าต้องออกทางไหน มีแต่ป้ายบอกระยะ 60 km และ 65 km ซึ่งตั้งเพื่ออะไรไม่รู้ เส้นทางช่วงต้นถูกตัดออกไปด้วย ทำให้ป้ายกับระยะจริงไม่ตรงกัน .. จนไปเจอทางที่ต้องเลี้ยวขวาออก ฮั้วเห็นกลุ่มข้างหน้าเลี้ยวขวา ก็เลยนึกว่าต้องออกทางนี้ด้วย เตรียมตัวจะเลี้ยวตาม มีเจ้าหน้าที่ยืนอยู่สองสามคน ชี้ไม้ชี้มือบอกให้ตรงไป

คราวนี้แหละ เริ่มสับสน .. มีบางกลุ่มที่ปั่นตรงไป บางกลุ่มตรงไปแล้วก็วกตัวกลับมาแยกเดิม .. ตอนนั้นคิดหนักมาก เอาไงดี จะตรง จะกลับตัว จะยังไงดี .. สุดท้าย ตัดสินใจกลับตัวเพื่อวกกลับไปแยกเดิม ซึ่งก็สวนกับกลุ่มที่กลับตัวไปก่อนล่วงหน้าแล้ว เค้าตะโกนบอกว่า “ตรงไปครับ!!” … อ๊ากกกกก ต้องกลับตัวอีกรอบ

ตรงมาได้ซักพักก็เจอกลุ่มเจ้าหน้าที่ แต่ไม่มีป้ายบอกให้เลี้ยวขวา .. ตอนนั้นหงุดหงิดมาก เพราะเสียเวลาวกกลับตัวไปสองรอบ แต่ต้องรวบรวมสมาธิให้นิ่งเข้าไว้ เก็บมาเป็นอารมณ์จะไม่สนุกซะเปล่าๆ

ช่วงขากลับ เห็นรถติดยาวที่เลียบมอเตอร์เวย์ ก็ก้มหน้าก้มตาปั่น ไม่กล้าเงยขึ้นมามองรถคันไหน รีบ ๆ ปั่นกลับดีกว่า .. พอกลับมาใกล้ transition ก็เตรียมตัวถอดรองเท้าแล้ว dismount .. วิ่งผ่านโค้ชกระสุน ซึ่งตะโกนมาว่า “ทำดีแล้วๆ”

วิ่งเข้า T2

ช่วงปั่น กินเจลไป 2 อินทผาลัมแบบบาร์ 1 .. น้ำหมดไป 1 ขวด (กินน้ำน้อยอีกแล้ว เหลืออีก 1 ขวดเต็ม) >> ระยะปั่นหายไปเกือบ 4 km

วิ่ง 15 km : วิ่งตามผู้ชาย 

กลับเข้า transition แอบช้าตอนเปลี่ยนอุปกรณ์นิดหน่อย มัวแต่ใจเย็นหยิบน้ำกิน (เพราะกลัววิ่งออกไปจะไม่มีโต๊ะน้ำ) วิ่งผ่านโค้ชอีกครั้ง ได้ยินโค้ชตะโกนกำชับว่าอย่าเร่ง .. เพราะคุยกับโค้ชไว้ว่าตอนแข่ง IM ให้วิ่งด้วยเพซสบาย ๆ ช่วง 3 km แรก ไม่งั้นจะนรกหลังจากนั้นแน่ ๆ

โอเค ไม่เร่ง แต่รอบขาก็ยังเร็วอยู่ดี ฮั้วเปิดเสียง metronome 180 bpm ไว้ใช้คุมรอบขาตัวเอง และปิดหน้าจออัตราการเต้นของหัวใจ เพราะไม่อยากให้หัวใจมาคุมการวิ่ง อยากคุมด้วยการหายใจ

นาฬิกาเตือนครบ 1 km อยู่เพซห้าต้น ๆ ผิดละ!!! เบาโว้ยเบา ฮั้วบอกตัวเอง .. ขึ้นกิโลสองจึงเริ่มคุมรอบได้ วิ่งตามผู้ชายข้างหน้าไปเรื่อยๆ เห็นรอบขาเค้าเข้ากับเราได้ดี ถ้าจำไม่ผิดเค้าใส่ชุด OSK (ขอบคุณนะคะ)

เส้นทางวิ่ง

เจอโต๊ะน้ำ หยิบน้ำมากินแล้วเผลอราดน้ำบนตัว .. กรี๊ด วันนี้ใส่รองเท้าใหม่ เพิ่งจะใส่ครั้งที่สองเอง รีบก้มดู เลอะป่าวฟะ!! น้ำไหลเข้าเต็มรองเท้าเรียบร้อย โอ๊ย ต้องวิ่งแฉะ ๆ ตั้งแต่ยังไม่พ้น 5 km แรกเหรอเนี่ย ไม่ชอบเลย แต่เจ้า Newton DistanceVII กลับระบายน้ำได้ดี วิ่งไปแป๊บเดียวก็แห้ง ไม่รู้สึกอะไรละ เออ ดีแฮะ

ขึ้นเขาสามมุก แอบเดินนิดนึง แล้วก็วิ่งตามผู้ชายคนนั้นต่อ แหะ ๆ .. เค้าหันมาชวนคุยนิดหน่อย แต่ฮั้วไม่ถนัดคุยตอนวิ่ง (มันเหนื่อย 555 เลยเอาความเงียบเข้าสู้ เดี๋ยวเค้าก็พ่ายไปเอง .. ปกติฮั้ว friendly นะเออ แต่ไม่ใช่ตอนกำลังวิ่ง แค่หายใจก็เหนื่อยแล้ว!)

เลี้ยวซ้ายเข้าถนนไปอ่างศิลา เจอเพื่อนอีกคนที่เค้าตั้งใจมาซ้อมวิ่งยาว (มากกว่า 15 km ทรหดมาก) เค้าเลยมาวิ่งเป็นเพื่อน เลยต้องตัดใจปล่อยผู้ชายคนแรกไป (อิอิ).. แต่ตานี่ไม่วิ่งอย่างเดียว ชวนคุยโน่นนี่ไม่หยุด บ่นเรื่องดราฟท์ บ่นกลุ่มตอนปั่น .. โอ๊ยยยยย เงียบเถอะ ไม่อยากคุย เสียสมาธิมากๆ เหนื่อยเฟ้ย!!

นายดีเจ คุยจ้อไม่หยุด

ฮั้วบอกให้วิ่งไปก่อนก็ไม่ไป เล่นบทเงียบใส่ก็ไม่ไป .. เออ ยอมแพ้!!! นึกอีกที ก็ดีนะ ทำให้ระยะทาง 15 km ผ่านไปเร็วดี เหมือนฟังดีเจตลอดเวลา .. เจอเพื่อน ๆ ตามระหว่างทาง ก็คอยเชียร์ให้กำลังใจกันไป

งานที่นี่ น้ำ เกลือแร่ โค้ก เจล ฟองน้ำ จัดเต็มดี ขอชื่นชม .. แจกน้ำเป็นขวดเล็ก ซึ่งฮั้วชอบมาก ถือติดตัวไปด้วย ไม่ต้องรอจนครบ 2 km ถึงจะได้กินน้ำ ฮั้วมักจะใช้ฟองน้ำสองก้อนเสียบไว้ตรงบ่า และไม่ได้โยนทิ้งเพื่อใช้อันใหม่ ก็เอาอันเดิมซับน้ำแล้วใช้ต่อ (บางครั้งฟองน้ำหมด เราก็ยังมีของเราใช้ ไม่เปลืองด้วยค่ะ)

ปีที่แล้วทางวิ่งช่วงแรก ๆ เป็นทางเรียบ มีร่มไม้คอยบังแดด แต่ปีนี้โดนแดดเต็ม ๆ และเป็นเนินเรื่อย ๆ.. แดดกัดกินพลังงานมาก (กินเจลเติมไปอีกหนึ่งซอง) .. ยิ่งร้อนยิ่งเหนื่อย ยิ่งตานี่พูดไม่หยุดก็ยิ่งหงุดหงิด (โอ๊ย ไม่ได้ยิน metronome เลย) ต้องตั้งสติข่มใจไว้ ดูนาฬิกาไม่ให้เกินเพซหกเป็นโอเคเพราะต้องเผื่อเวลาแวะโต๊ะน้ำอีก

ป้ายชั้น!!!!

ใกล้เข้าเส้นชัย ดีใจไม่มีคนอยู่ข้างหน้า ไม่ต้องรอจังหวะเข้าเส้น กะว่าเข้าเส้นชัยจะยกป้ายขึ้น ได้รูปสวย ๆ … แต่ไม่ได้นัดแนะกับเพื่อนว่าจะทำท่าอะไร เพื่อนดึงป้ายไปเลย .. อ้าววววว!!!

ดูเวลาในนาฬิกา 4 ชั่วโมง 45 นาที แต่ไม่รู้ว่าอยู่อันดับไหน อย่างที่บอกว่าปล่อยตัวเป็นชิพสตาร์ท จึงต้องรอคนเข้าให้หมด ถึงจะรู้อันดับที่แน่นอน.. เข้าเส้นชัยปั๊บ ก็ตรงพุ่งเข้าหาของกินทันที ถึงเวลากินเติม!!! ผลาญมาขนาดนี้ มันต้องกินเท่านั้น!!!

กลับโรงแรมมาเช็คผลอีกครั้งที่เว็บ ก็ยังไม่ประกาศ ฮั้วเลยขับรถกลับบ้าน .. ตอนเย็นพี่ ๆ ทีมไตรบูลเล็ทก็ส่งข้อความมาว่าได้อันดับ 1 ของรุ่นอายุ เย้!!!! เลยฝากพี่ปิ๊กเอารางวัลให้ด้วย (ขอบคุณนะคะ)

ถ้วยนี้ได้มาเพราะโค้ช

  • ขอบคุณทุกหยาดเหงื่อในการซ้อม ซ้อมยาวเพื่อสนาม IM นี้หนักหนามาก .. คุยกับตัวเอง สู้กับใจตัวเองตลอดเวลา (ไม่ชอบการซ้อมยาว ๆ เลย)
  • ทบทวนแผนแล้ว ทำตามแผนได้ 80% แต่ยังต้องปรับอีกนิดหน่อย โดยเฉพาะการกินน้ำระหว่างปั่น ซึ่งน้อยไปมาก (รอบนี้ปั่นไป 80 km กินน้ำไปแค่ 1 ขวด บ้าไปแล้ว!!)
  • เรื่องว่ายไม่น่าเป็นห่วง เพราะคงเร็วกว่านี้ไม่ได้ เอาจังหวะนี้แหละไปแข่ง IM
  • เรื่องปั่นก็ไปเรื่อย ๆ แบบนี้ล่ะ คุมหัวใจ คุมรอบขา ที่สำคัญเติมอาหารให้พอ น่าจะพอรอด 180 km
  • เรื่องวิ่งนี่สิ ยังนึกภาพไม่ออกว่าจะลงมาวิ่ง 42 km ได้จริง ๆ เหรอ
  • สนามนี้ได้บรรลุวัตถุประสงค์การซ้อมใหญ่ ช่วงนี้ก็ซ้อมต่อเก็บระยะเพิ่มเติม ต้องมั่นใจในโค้ช มั่นใจในการซ้อม มั่นใจในตัวเอง
  • ขอบคุณทุกการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ #NewtonRunningThailand #OlmoThailand #CurrexSole #HutchinsonTires #ZootTeamThailand #BoltEnergyThailand
  • ขอบคุณเพื่อน ๆ นักไตรที่ทักทายกันระหว่างทาง กำลังใจชั้นเลิศเลยค่ะ
  • ขอบคุณเพื่อน ๆ ทีม 349 Running Club, ทีม Tri Bullet และทีม WheelmanCoaching

เจอกันใหม่สนามหน้า .. สนาม IRONMAN African Championship (South Africa) สนาม IM แรกของฮั้ว .. อีกไม่กี่สัปดาห์แล้วนะ อีกนิดเดียวเท่านั้น!!!

 

 

About Hua Runner-Blogger (116 Articles)
นักวิ่ง นักไตร .. รักการเดินทางสายสุขภาพ เริ่มจากการวิ่ง พัฒนาไปไตรกีฬา ต่อไป ใครจะรู้

1 Comment on Bangsaen Triathlon 2018 (Master Distance)

  1. supapong chienwichai // March 6, 2018 at 9:53 AM // Reply

    cool race note i do agree about drafting and little bit upset on marshall that neglect the rule and do nothing and also i think the hydration station on the bike is not enought

Leave a comment

Your email address will not be published.


*